Instagram ทดสอบป้าย AI Creator รู้ทันรูป-คลิป AI ก่อนแชร์
- 5 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

คนเล่น Instagram อาจจะแยกรูปหรือคลิปที่ใช้ AI สร้างได้ง่ายขึ้นแล้ว เพราะ Instagram กำลังเริ่มทดสอบป้ายเตือนที่เรียกว่า ‘AI Creator’ เพื่อบอกให้รู้ว่าเจ้าของบัญชีคนไหนใช้ AI ทำรูปบ้าง
Instagram เริ่มทดสอบฟีเจอร์นี้เพื่อความชัดเจน ไม่หมกเม็ด ช่วยให้คนดูแยกออกง่ายๆ ว่าอันไหนคนทำ อันไหน AI ทำ โดยป้าย ‘AI Creator’ นี้สร้างมาเพื่อบัญชีที่ใช้ AI ทำรูปมาโพสต์บ่อยๆ ถ้ากดเปิดใช้งาน ป้ายนี้จะไปโชว์หลาอยู่บนหน้าโปรไฟล์และบนโพสต์เลย พร้อมมีข้อความบอกตรงๆ ว่า “บัญชีนี้ลงรูปหรือคลิปที่สร้างและแต่งด้วย AI” นี่ถือเป็นอีกก้าวของ Instagram ที่อยากให้คนใช้งานไม่ต้องมานั่งเดา เพราะเดี๋ยวนี้รูปจาก AI มันเนียนจนแยกจากของจริงยากมาก

ป้าย AI Creator คืออะไร และทำไมเพิ่งมีตอนนี้
ช่วงนี้มีรูปและคลิปจาก AI โผล่มาเยอะมากบนหน้าฟีด ทำให้คนดูสับสนว่าอันไหนเรื่องจริงอันไหนทำปลอมขึ้นมา โดยเฉพาะคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเทคโนโลยี ก็ยิ่งดูไม่ออกใหญ่เลย ก่อนหน้านี้ Instagram เคยมีป้ายชื่อ ‘AI info’ ที่แปะเตือนแค่ทีละโพสต์ แต่ไม่ได้บอกให้รู้ว่า “เจ้าของบัญชีนี้” ใช้ AI เป็นหลักหรือเปล่า
ความต่างระหว่าง 2 ป้ายคือ:
AI info = แปะบอกแค่โพสต์นั้นโพสต์เดียว ว่ารูปนี้ใช้ AI ทำนะ
AI Creator = แปะโชว์บนหน้าโปรไฟล์และทุกๆ โพสต์เลย เพื่อบอกว่าบัญชีนี้ใช้ AI ทำคอนเทนต์เป็นประจำ
หัวหน้าของ Instagram เคยเตือนไว้ว่า AI กำลังจะสร้างรูปที่ดูเนียนจนคนแยกไม่ออก การทำป้ายเตือนนี้เลยเป็นวิธีช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้
ป้าย AI Creator ทำงานยังไง
เจ้าของบัญชีสามารถเข้าไปกดเปิดป้ายนี้ได้เองในหน้าตั้งค่าโปรไฟล์ พอเปิดปุ๊บ ป้ายจะไปโชว์บนหน้าโปรไฟล์และบนทุกโพสต์ให้เองเลย ไม่ต้องมานั่งกดแปะทีละรูปให้เหนื่อย แต่ตอนนี้ฟีเจอร์นี้ยังเป็นแค่ทางเลือก (ไม่บังคับ) และอาจจะยังไม่ได้เปิดให้ใช้ครบทุกคน
Instagram บอกชัดเจนว่า การติดป้ายนี้จะไม่มีผลทำให้ยอดคนดูลดลง หรือโดนปิดกั้นการมองเห็นใดๆ ทั้งสิ้น เพราะจุดประสงค์คืออยากให้บอกกันตรงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะลงโทษ
ระบบจับผิด AI ของ Instagram ทำงานยังไง
นอกจากป้ายที่ให้เจ้าของบัญชีกดเปิดเองแล้ว Instagram ยังมีระบบคอยจับผิดภาพที่ทำจาก AI ด้วย โดยระบบจะคอยดึง "ข้อมูลเบื้องหลังรูป" หรือ "ลายน้ำที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า" ที่แฝงมากับไฟล์ภาพ เพื่อเช็กว่ารูปนี้ทำจาก AI ไหม
Instagram บอกว่าระบบนี้ช่วยเช็กรูปที่มาจากโปรแกรมดังๆ อย่าง Google, OpenAI, Microsoft, Adobe, Midjourney และ Shutterstock ได้ ถ้าโปรแกรมพวกนั้นยอมฝังร่องรอยเอาไว้ในไฟล์รูป แต่ถึงอย่างนั้น ระบบก็ยังไม่ได้เก่งขนาดจับผิดได้ 100% โดยเฉพาะพวกคลิปวิดีโอ และเสียงจากโปรแกรมอื่นๆ ที่ไม่ได้ฝังร่องรอยพวกนี้มาให้
การยอมรับด้วยตัวเองว่าใช้ AI ตอนกำลังจะลงโพสต์ เจ้าของบัญชีสามารถกดปุ่มเปิดป้าย “รูปนี้ทำด้วย AI” ได้เองเลย ซึ่ง Instagram ก็แนะนำให้ทำแบบนี้ คนดูจะได้เข้าใจชัดเจน สำหรับตัวป้ายนี้ ถึงจะไม่มีผลทำให้โดนลดการมองเห็น แต่ถ้าเป็นคลิปหรือเสียง AI ที่ดูสมจริงมากๆ จนอาจทำให้คนหลงเชื่อหรือเข้าใจผิด Instagram ก็อาจจะมีบทลงโทษเพิ่มเติมตามกฎของเขาได้

ใครได้รับผลกระทบบ้าง และต้องเตรียมตัวยังไง
สำหรับแบรนด์และนักการตลาด: ควรเช็กกฎล่าสุดของ Instagram ให้ดีก่อนจะใช้ AI ทำโฆษณา ถ้าใช้ AI แล้วไม่ยอมติดป้ายบอกคนดู อาจจะทำให้แบรนด์ดูไม่น่าเชื่อถือ และอาจจะผิดกฎของ Instagram ด้วย ดังนั้นเวลาทำงาน ควรเพิ่มขั้นตอน "การติดป้ายบอกว่าใช้ AI" เข้าไปเป็นกฎเหล็กในการทำงานเลย
ข้อจำกัดและเรื่องที่ยังต้องระวัง
ป้ายยังไม่บังคับ: คนที่ตั้งใจจะหลอกก็สามารถเลือกที่จะไม่ติดป้ายได้ คนดูก็อาจจะยังเจอรูป AI ที่ไม่มีป้ายเตือนอะไรเลยอยู่ดี ทีมงานตรวจสอบของ Instagram เองก็บอกว่าระบบติดป้ายยังมีจุดบกพร่อง เพราะระบบจับผิด AI ไม่ได้แม่นยำ 100%
ระบบยังตรวจคลิปและเสียงไม่ได้เต็มที่: โปรแกรมที่ใช้สร้าง AI หลายตัว (โดยเฉพาะโปรแกรมทำคลิปวิดีโอ) ยังไม่ได้ใส่ร่องรอยให้ระบบจับผิดได้ ทำให้มีคลิปหรือรูปหลายอันหลุดรอดสายตาระบบไปได้
บทสรุปสำหรับผู้ใช้งานคนไทย
คนที่ใช้โปรแกรม AI สร้างรูป เช่น Midjourney หรือโปรแกรมอื่นๆ ควรเริ่มกดติดป้ายนี้ถ้าบัญชีตัวเองมีให้ใช้แล้ว ส่วนคนเล่นทั่วไป ก่อนจะกดแชร์อะไร (โดยเฉพาะการส่งต่อข้อมูลในไลน์กลุ่มครอบครัว) ควรสังเกตป้ายพวกนี้ไว้ก่อน สำหรับแบรนด์ไทยที่จ้างอินฟลูเอนเซอร์ ก็ควรเขียนสั่งงานไปเลยว่า "ถ้าใช้ AI ทำรูปต้องติดป้ายบอกด้วยนะ"
การมีป้าย 'AI Creator' บน Instagram ถือเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ช่วยให้สังคมออนไลน์ดูจริงใจและไม่หลอกลวงกัน ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้บังคับใช้และยังไม่มีให้ใช้ทุกคน แต่ก็ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องสำหรับโลกโซเชียลในอนาคตที่ AI จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ

