top of page

CEO Branding ส่องเทคนิคเปลี่ยนกระแสสังคม ฉบับพระชายา : ถอดรหัสจาก Perfect Crown

  • 6 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
CEO Branding ส่องเทคนิคเปลี่ยนกระแสสังคมฉบับพระชายา: ถอดรหัสจาก Perfect Crown

"ฮีจู" มีทั้งความสวย ความฉลาด และอำนาจในมือ แต่การจะเป็น "พระชายา" ที่สังคมยอมรับ เธอต้องสร้าง "ตัวตน" ให้ชัดเจนเสียก่อน โลกธุรกิจก็เหมือนกัน ผู้บริหารหลายคนทำงานเก่ง และผลงานดีเยี่ยม แต่กลับไม่มีใครรู้จักในหน้าสื่อ เพียงเพราะไม่ได้สร้างภาพลักษณ์ส่วนตัว (Personal Brand) ให้แข็งแรงพอ


บทความนี้จะพาคุณไปดูวิธีเปลี่ยน "ผู้บริหารคนเก่ง" ให้กลายเป็น "ผู้นำที่สังคมต้องจดจำ" ด้วยเทคนิคการทำ CEO Branding ที่เอาไปใช้ได้จริงในยุคนี้


CEO Branding : อาวุธลับทางธุรกิจที่ตีค่าเป็นเงินได้ (The Strategic Asset)

CEO Branding : อาวุธลับทางธุรกิจที่ตีค่าเป็นเงินได้ (The Strategic Asset)

การสร้างแบรนด์ให้ผู้นำไม่ใช่การทำเพื่ออวดตัวเอง แต่เป็นการสร้าง "เรื่องราว" ให้คนจำเราได้ในแบบที่เราต้องการ เหมือนกับฮีจูที่ไม่รอให้ใครมามอบตำแหน่งให้ แต่เลือกลงมือสร้างอำนาจด้วยตัวเอง ข้อมูลสถิติระดับโลกก็ยืนยันว่า "ภาพลักษณ์ของ CEO" ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของบริษัท ดังนี้:


  • ด้านการดึงดูดบุคลากร (Talent Acquisition):

    ผู้สมัครงานถึง 82% จะเข้าไปสืบค้นโปรไฟล์ออนไลน์ของ CEO ก่อนตัดสินใจร่วมงานเสมอ


  • ด้านชื่อเสียงองค์กร (Corporate Reputation):

    ภาพลักษณ์โดยรวมของบริษัทถึง 48% มีผลลัพธ์เชื่อมโยงกับแบรนด์ส่วนตัวของ CEO โดยตรง


  • ด้านความเชื่อมั่นและยอดขาย (Trust & Conversion):

    ผู้บริโภค 77% มีแนวโน้มจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการจากบริษัทที่ผู้บริหารมีการใช้งานโซเชียลมีเดีย


  • ด้านความผูกพันของลูกค้า (Brand Connection):

    70% ของผู้บริโภครู้สึกใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับแบรนด์มากขึ้น เมื่อผู้นำองค์กรสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ


  • พลังของ Personal Profile:

    บนแพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn บัญชีส่วนตัวของ CEO สามารถสร้างยอดไลก์และคอมเมนต์ ได้เทียบเท่ากับเพจองค์กร ทั้งที่ใช้จำนวนผู้ติดตามน้อยกว่าถึง 98% สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนต้องการคุยกับมนุษย์ มากกว่าพูดคุยกับโลโก้บริษัท


8 ขั้นตอนสร้างแบรนด์ CEO ฉบับ "พระชายา"

ขั้นตอนที่ 1 : รู้จักจุดเด่นของตัวเอง

เหมือนฮีจูที่รู้ว่าตัวเองมีดีอะไร ผู้นำบริษัทก็ต้องเริ่มจากการหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ


  • หาจุดขายที่แตกต่าง: หาจุดเด่นที่ทำให้คุณไม่เหมือน CEO คนอื่น เช่น เก่งเรื่องข้อมูลแต่ก็เข้าใจความรู้สึกคน

  • เช็กประวัติออนไลน์: ลองเอาชื่อตัวเองไปค้นใน Google ถ้าไม่เจออะไรเลย ถือเป็นเรื่องอันตรายที่ต้องรีบแก้

  • เลือกเรื่องที่จะพูด: เลือกหัวข้อหลักๆ มา 3-5 เรื่องที่คุณจะใช้พูดถึงบ่อยๆ

  • เลือกคนฟัง: กำหนดให้ชัดว่าอยากคุยกับใคร (เช่น นักลงทุน ลูกค้า หรือคนเก่งๆ ที่อยากให้มาร่วมงาน)


ขั้นตอนที่ 2 : เล่าเรื่องให้น่าสนใจและเข้าถึงง่าย

เปลี่ยนประวัติการทำงานแห้งๆ ให้เป็นเรื่องราวที่คนอ่านแล้วรู้สึกอินไปกับคุณ


  • เล่าจุดเริ่มต้นและเป้าหมาย: เล่าว่าคุณผ่านอะไรมาบ้าง และกำลังจะพาบริษัทไปทางไหน

  • เล่าความผิดพลาด: เล่าเรื่องที่เคยล้มเหลวบ้าง เพื่อให้ดูเป็นคนธรรมดาที่จับต้องได้

  • ทำให้เห็นเป็นภาพ: ให้การตัดสินใจในการทำงานเป็นตัวชี้วัดว่าคุณเชื่อมั่นในเรื่องอะไร ไม่ใช่แค่พูดลอยๆ


ขั้นตอนที่ 3 : ก้าวเป็น "ผู้นำความคิด" ในวงการ

ไม่จำเป็นต้องโพสต์ทุกเรื่อง แต่ต้องโพสต์เรื่องที่ทำให้คนในวงการหันมาฟัง โดยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ


  • บอกให้ชัดเจนว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็นสำคัญในวงการ

  • ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ทำงานจริงของคุณ

  • พูดถึงเทรนด์อนาคตที่คนอื่นยังมองไม่เห็น

  • ตั้งคำถามให้คนในวงการได้คิดตามและเอาไปต่อยอด


ขั้นตอนที่ 4 : วางแผนโซเชียลมีเดียด้วยตัวเอง

โซเชียลมีเดียคือช่องทางสำคัญที่จะทำให้คนรู้จักและยอมรับคุณ


  • เลือกช่องทางให้ถูก : เน้นใช้ LinkedIn เป็นหลัก เพราะเป็นที่รวมตัวของคนที่มีอำนาจตัดสินใจทางธุรกิจ

  • ใช้คอมเมนต์ให้เป็นประโยชน์ : ไปแสดงความเห็นดีๆ ในโพสต์ของคนดังในวงการ เพื่อให้คนเห็นคุณมากขึ้น

  • จัดหน้าโปรไฟล์ให้น่าสนใจ : เขียนแนะนำตัวให้รู้ว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร ไม่ใช่บอกแค่ชื่อตำแหน่งเฉยๆ


ขั้นตอนที่ 5: สร้างความน่าเชื่อถือนอกโซเชียล

ความน่าเชื่อถือไม่ได้สร้างได้แค่ออนไลน์ แต่ต้องอาศัยสื่ออื่นๆ ช่วยยืนยันด้วย


  • ไปออกรายการ Podcast หรือเป็นวิทยากรพูดในงานสัมมนา

  • เขียนบทความแสดงวิสัยทัศน์ลงในสื่อดังๆ ระดับประเทศหรือสื่อในวงการของคุณ


ขั้นตอนที่ 6 : ทำอย่างสม่ำเสมอและจริงใจ

ความเชื่อใจไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว แต่ต้องอาศัยการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง


  • การสื่อสารบ่อยๆ ในสไตล์ของตัวเอง จะทำให้คนรู้ว่าควรคาดหวังอะไรจากคุณ และเกิดเป็นความไว้ใจ

  • ผลลัพธ์ของการสร้างภาพลักษณ์เหมือนดอกเบี้ยทบต้น ยิ่งทำนาน ยิ่งทำให้คุณดูน่าเชื่อถือจนคู่แข่งตามไม่ทัน


ขั้นตอนที่ 7 : รับมือเมื่อเกิดปัญหาหรือวิกฤต

ปัญหาคือตัวพิสูจน์ผู้นำ การวางตัวในช่วงเวลาแย่ๆ คือตัวตัดสินว่าแบรนด์ของคุณแข็งแกร่งแค่ไหน


  • จัดการข่าวสารก่อนพัง : ควบคุมทิศทางข่าวให้ดี ก่อนที่คนอื่นจะเอาไปเขียนจนเสียเรื่อง

  • กล้าเผชิญหน้า : ออกมาพูดความจริง ดีกว่าเงียบหายไปเลย

  • ตุนเรื่องดีๆ ไว้ : สร้างเนื้อหาเชิงบวกเตรียมไว้เยอะๆ เพื่อกลบข่าวเสียๆ หายๆ เวลาคนค้นหาชื่อคุณในอินเทอร์เน็ต


ขั้นตอนที่ 8 : วัดผลและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

การเป็นผู้นำต้องคอยเช็กผลงานและปรับตัวให้ทันธุรกิจที่โตขึ้น

  • ดูจากตัวเลข: เช่น ยอดคนติดตาม, ยอดไลก์/คอมเมนต์, หรือมีสื่อพูดถึงคุณกี่ครั้ง

  • ดูจากความรู้สึก: เช่น คนคอมเมนต์ว่าอย่างไร หรือคู่ค้าพูดถึงคุณในแง่ไหนบ้าง


CEO Branding : เครื่องมือสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ

CEO Branding : เครื่องมือสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ

การสร้างภาพลักษณ์ให้ผู้นำบริษัทไม่ใช่การทำเพื่ออวดเท่ แต่เป็นเครื่องมือที่มีผลช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้จริง ข้อมูลวิจัยระดับโลกยืนยันแล้วว่า "ภาพลักษณ์ของ CEO" มีผลโดยตรงต่อรายได้และความเชื่อมั่นของบริษัท ดังนี้:


  • การดึงดูดคนเก่งเข้าทำงาน: คนหางานถึง 82% จะเข้าไปค้นหาประวัติออนไลน์ของ CEO ก่อนตัดสินใจเข้าทำงานด้วยเสมอ


  • ชื่อเสียงของบริษัท: ความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของบริษัทเกือบครึ่งหนึ่ง (48%) ขึ้นอยู่กับภาพลักษณ์ส่วนตัวของ CEO โดยตรง


  • ความเชื่อมั่น และยอดขาย: ลูกค้า 77% มีโอกาสซื้อสินค้าหรือบริการมากขึ้น ถ้าผู้บริหารเล่นโซเชียลมีเดียให้เห็นอย่างเปิดเผย


  • ความผูกพันของลูกค้า: ลูกค้า 70% รู้สึกใกล้ชิดและอยากอุดหนุนธุรกิจมากขึ้น หากเห็นผู้นำบริษัทออกมาพูดคุยผ่านสื่อออนไลน์บ่อยๆ


  • พลังของบัญชีส่วนตัว: บนเว็บอย่าง LinkedIn บัญชีส่วนตัวของ CEO สามารถเรียกยอดไลก์และคอมเมนต์ได้เท่ากับเพจของบริษัท ทั้งที่มีคนติดตามน้อยกว่าถึง 98% นี่แสดงให้เห็นว่า คนอยากคุยกับคนด้วยกัน มากกว่าคุยกับโลโก้บริษัท

 
 
IMG_3628.JPG

ME POWER Digital Agency

สร้างปรากฏการณ์ให้กับคลินิกของคุณ! ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลสุดล้ำ

Logo  Line
bottom of page