top of page

Clubhouse คืออะไร แอปที่เกือบจะล้มแต่ยังไปได้ต่อ

  • 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
Clubhouse คืออะไร แอปที่เกือบจะล้มแต่ยังไปได้ต่อ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 Elon Musk ได้เข้าร่วมห้องสนทนาบนแพลตฟอร์ม Clubhouse เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เข้าฟังพร้อมกันมากกว่า 5,000 คน จนเซิร์ฟเวอร์ขัดข้อง และต้องพึ่งพาการถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์ม YouTube ในหลายช่องทาง


ประเด็นที่น่าสนใจคือ ในช่วงเริ่มต้น Clubhouse ไม่ใช่แอปพลิเคชันที่สามารถดาวน์โหลด และใช้งานได้ทันที ผู้ใช้งานจำเป็นต้อง "ได้รับคำเชิญ" จากสมาชิกเดิมเท่านั้น ระบบดังกล่าวได้กลายเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทรงประสิทธิภาพ จนส่งผลให้คำเชิญหนึ่งสิทธิ์มีมูลค่าการซื้อขายบนเว็บไซต์ eBay สูงถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ


ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด แพลตฟอร์มที่เปิดตัวในเดือนเมษายน 2020 ด้วยมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้เติบโตขึ้นเป็น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมกราคม 2021 และทะยานสู่ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนเมษายน 2021 การเติบโตภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ทำให้ Clubhouse ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Silicon Valley


เอกลักษณ์สำคัญของ Clubhouse คือการใช้ "เสียง" เป็นสื่อกลางเพียงประการเดียว โดยปราศจากรูปภาพ วิดีโอ หรือข้อความ เป็นเพียงการสนทนาแบบเรียลไทม์ที่ไม่มีการบันทึกข้อมูล ผู้ใช้งานสามารถเข้าร่วม "ห้องสนทนา" ในรูปแบบที่คล้ายคลึงกับการสัมมนาออนไลน์ เพื่อรับฟัง และแลกเปลี่ยนทรรศนะกับผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงได้อย่างใกล้ชิด


Clubhouse คืออะไร?

Clubhouse คืออะไร?

Clubhouse คือแพลตฟอร์ม "Social Audio Messaging" แบบผสมผสาน แม้ภาพจำดั้งเดิมจะเปรียบเสมือนแอปพลิเคชันจัดรายการวิทยุสด แต่ในปัจจุบัน Clubhouse ได้ดำเนิน การปรับทิศทางธุรกิจ ครั้งสำคัญ โดยนิยามรูปแบบการให้บริการใหม่ให้มีความใกล้เคียงกับ "แอปพลิเคชันสนทนาด้วยเสียง" มากยิ่งขึ้น

  • ยังคงให้ความสำคัญกับ "เสียง" เป็นหลัก แต่ไม่จำกัดเพียงการสนทนาสด : ปัจจุบันแพลตฟอร์มได้มุ่งเน้นไปที่ฟีเจอร์ "Chats" ซึ่งเป็นระบบการส่งข้อความเสียงแบบกลุ่ม ผู้ฟังสามารถเข้าร่วมรับฟัง และตอบโต้ในเวลาใดก็ได้ คล้ายคลึงกับการส่งข้อความเสียงสนทนากับคนรู้จัก แต่มีรูปแบบการจัดการที่เป็นระบบ และเชื่อมโยงกันมากกว่า

  • ลดทอนข้อจำกัดการใช้งานแบบ Audio-Only : แม้จะยังไม่มีระบบวิดีโอคอล แต่ปัจจุบันมีการผสานฟีเจอร์แชตข้อความ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความถึงกันได้โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นการลบข้อจำกัดเดิมที่ไม่อนุญาตให้พิมพ์ข้อความ

  • การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน : จากเดิมที่มีลักษณะคล้าย "งานสัมมนาสด" ปัจจุบัน Clubhouse ได้ปรับเปลี่ยนให้เปรียบเสมือน "กลุ่มสนทนาด้วยเสียงของกลุ่มเพื่อนสนิท" หรือ "House Party" ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้ามารับฟังบทสนทนาของกลุ่มคนรู้จักได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องนัดหมายเวลาเพื่อสนทนาพร้อมกันเสมอไป


จุดเด่นที่ทำให้ Clubhouse แตกต่าง

1. ระบบจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง

  • อดีต : จุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มคือระบบ "จำกัดสิทธิ์" ที่ต้องได้รับเชิญเท่านั้น กลยุทธ์นี้สร้างผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในแง่ของปรากฏการณ์ความขาดแคลน และภาวะกลัวการตกกระแส (FOMO) จนก่อให้เกิดการซื้อขายคำเชิญในราคาสูง

  • ปัจจุบัน : แพลตฟอร์มได้ยกเลิกระบบ Invite-Only อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021 เพื่อเปิดกว้างให้สาธารณชนเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม ยังคงรักษาความพิเศษ ไว้ผ่านฟีเจอร์ "Houses" ซึ่งผู้เข้าร่วมยังคงต้องได้รับการอนุมัติจากสมาชิกภายในกลุ่มก่อน


2. จากการสนทนาแบบเรียลไทม์สู่ "Hybrid Audio"

  • เสน่ห์ดั้งเดิม : การสนทนาสดในลักษณะ "พลาดแล้วพลาดเลย" เคยเป็นจุดขายสำคัญที่ดึงดูดให้ผู้ใช้งานต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

  • ปัจจุบัน : เพื่อแก้ไขปัญหาข้อจำกัดด้านเวลาของผู้ฟัง Clubhouse ได้เปิดตัวฟีเจอร์ "Replays" (ในช่วงปลายปี 2021) ที่อนุญาตให้ผู้จัดห้องสามารถบันทึกเสียงเพื่อใช้งานในลักษณะพอดแคสต์ นอกจากนี้ยังเพิ่มโหมด "Chats" ที่รองรับการรับฟัง และตอบโต้ข้อความเสียงแบบไม่ประสานเวลา


3. ประสบการณ์ที่ให้ความสำคัญกับเสียงเป็นอันดับแรก

  • จุดเด่น : ช่วยลดสภาวะความเหนื่อยล้าทางสายตา ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องภาพลักษณ์หรือการจัดแสง เนื่องจากแพลตฟอร์มมุ่งเน้นไปที่เนื้อหา และน้ำเสียงเป็นหลัก

  • การพัฒนา : ปัจจุบันมีการเพิ่มระบบ "Backchannel" สำหรับการพิมพ์ข้อความสนทนาส่วนตัว หรือการแบ่งปันลิงก์ระหว่างการรับฟัง ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการสื่อสารสำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์จะสนทนาผ่านไมโครโฟน


4. โครงสร้างห้องสนทนา และระบบนิเวศ โครงสร้างการสนทนายังคงยึดหลักระดับความเป็นส่วนตัว 3 ระดับ พร้อมทั้งเพิ่มฟีเจอร์ "Houses" เพื่อสร้างสังคมย่อย :

  • Open Rooms : ห้องสาธารณะที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน (เหมาะสำหรับการจัดรายการแบบเปิด)

  • Social Rooms : ห้องที่จำกัดเฉพาะบุคคลที่ผู้บรรยายติดตาม (เหมาะสำหรับการสนทนาในกลุ่มคนรู้จัก)

  • Closed Rooms : ห้องส่วนตัวเฉพาะผู้ที่ได้รับเชิญ (เหมาะสำหรับการประชุมหรือการสนทนาที่ต้องการความ


หมวดคุณสมบัติ และฟีเจอร์สำคัญ

  • Clubs (ชุมชนสาธารณะ) : ศูนย์รวมคอมมูนิตี้แบบสาธารณะที่เน้นความสนใจเฉพาะด้าน (เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล, การตลาด, ดนตรี) เหมาะสำหรับการกระจายเสียง ไปยังผู้ฟังจำนวนมาก ผู้ก่อตั้งสามารถกำหนดตารางรายการ และสร้างฐานผู้ติดตาม ได้อย่างกว้างขวาง

  • Events & Calendar (ตารางนัดหมาย) : เพื่อป้องกันการพลาดรายการสด ผู้จัดสามารถลงตารางล่วงหน้า ซึ่งระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังหน้าฟีด ของผู้ติดตาม ฟีเจอร์นี้ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมจากการ "พบเจอโดยบังเอิญ" สู่การ "ตั้งใจรอรับฟัง"

  • Backchannel (ระบบข้อความส่วนตัว) : เริ่มต้นจากระบบ Direct Message ที่เข้ามาเสริมข้อจำกัดด้านการพิมพ์ ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้ทำงานร่วมกับระบบ Voice Chats ทำให้การสื่อสารทั้งรูปแบบข้อความ และเสียงมีความลื่นไหลโดยไม่ต้องเปิดห้องสนทนาสด

  • Replays (การรับฟังย้อนหลัง) : ฟีเจอร์ที่ยกระดับ Clubhouse สู่การเป็น "คลังพอดแคสต์" ผู้ควบคุมห้อง สามารถเปิดระบบบันทึกเสียงเพื่อป้องกันการสูญหายของเนื้อหา ผู้ฟังสามารถรับฟังย้อนหลัง ปรับความเร็ว (1.5x, 2x) หรือข้ามไปยังช่วงเวลาที่ต้องการได้

  • Payments (ระบบสนับสนุนนักสร้างสรรค์เนื้อหา) : ระบบการสร้างรายได้ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ฟังส่ง "Tips ให้แก่ผู้บรรยายผ่านระบบ Stripe โดยแพลตฟอร์มรับรองว่ารายได้เต็มจำนวนจะส่งถึงผู้รับ (ผู้ส่งจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต)

  • Houses (พื้นที่ส่วนตัวสำหรับกลุ่มคนสนิท) : ฟีเจอร์สำคัญในยุคปัจจุบันที่มีความแตกต่างจาก Clubs อย่างสิ้นเชิง เปรียบเสมือน "ห้องนั่งเล่นส่วนตัว" ที่ต้องอาศัยคำเชิญเท่านั้น เน้นการสร้างความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างบุคคลที่รู้จักกัน สมาชิกสามารถเปิดห้องสนทนาได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแทรกแซงจากบุคคลภายนอกเฉพาะเจาะจง)


ประโยชน์ และข้อดี

ประโยชน์ และข้อดี

  • สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป: แหล่งเรียนรู้ และโอกาสที่ไร้ขีดจำกัด ในยุคที่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาล Clubhouse ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับ "Curated Knowledge" หรือความรู้ที่ผ่านการคัดกรองจากประสบการณ์ตรงของผู้บรรยาย จุดเด่นคือความสามารถในการเข้าถึงที่เชื่อมโยงระหว่างบุคคลทั่วไปกับผู้บริหารหรือผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Houses ยังช่วยสร้างสังคมคุณภาพ ที่มีความปลอดภัย และเป็นกันเอง


  • สำหรับธุรกิจ และแบรนด์: การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่เข้าถึงง่าย หมดยุคของการสื่อสารโฆษณาทางเดียว แบรนด์ในยุคปัจจุบันใช้ Clubhouse เป็นเครื่องมือในการทำ "Humanize the Brand" เพื่อสร้างความใกล้ชิด ผ่านการจัดห้องสนทนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นเชิงลึกของลูกค้า ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึก ที่ไม่สามารถประเมินได้จากแบบสอบถามทั่วไป รวมทั้งเป็นเครื่องมือสร้างความผูกพันในชุมชน ที่ใช้งบประมาณต่ำแต่สร้างความภักดี ได้สูง


  • สำหรับนักสร้างสรรค์เนื้อหา (Content Creators) : การผลิตที่สะดวก และต่อยอดได้หลากหลาย คอนเทนต์เสียงถือเป็นรูปแบบที่มีอุปสรรคในการผลิตต่ำ ไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมสถานที่หรือตัดต่อวิดีโอ เพียงมีอุปกรณ์รับเสียงที่มีคุณภาพก็สามารถเริ่มต้นได้ ประการสำคัญคือการนำเนื้อหาไปใช้ซ้ำ โดยสามารถนำไฟล์เสียงจาก Replays ไปพัฒนาเป็นพอดแคสต์ หรือถอดความเพื่อเขียนบทความ และบล็อกได้


  • สำหรับผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีอิทธิพลทางความคิด (Influencers) : การสร้างความน่าเชื่อถือ และสถานะผู้นำ เสียงเป็นสื่อที่สามารถถ่ายทอดความน่าเชื่อถือ ได้อย่างทรงพลัง การสนทนาสดที่แสดงถึงไหวพริบในการตอบคำถาม (Q&A) ช่วยเสริมสร้างสถานะผู้นำทางความคิด ในสายวิชาชีพนั้นๆ การเป็นบุคคลที่ได้รับความเชื่อถือในกลุ่มผู้ฟังเฉพาะกลุ่ม อาจสร้างอัตราการตอบสนอง ได้ดีกว่าเนื้อหาที่มียอดเข้าชมสูงแต่ขาดปฏิสัมพันธ์


ข้อเสีย และข้อควรระวัง

  • ข้อจำกัดทางเทคนิค (Technical Limitations) : แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปมาก แต่การสนทนาด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ยังคงใช้ทรัพยากรสูง ทั้งแบตเตอรี่ และปริมาณข้อมูลอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ แม้จะมีระบบ Live Captioning (คำบรรยายสด) แต่ความแม่นยำในการรองรับภาษาไทยยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินยังเข้าถึงได้ยาก ในส่วนของการใช้งานบนเว็บไซต์ แม้จะเริ่มรองรับบ้างแล้ว แต่ฟีเจอร์หลักยังคงผูกติดกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน


  • ความเป็นส่วนตัว และข้อมูลผู้ใช้งาน (Privacy & Data Shadows) : ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ความกังวลคือ "Contact Syncing" หรือการขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อมูลแฝง ของบุคคลที่ไม่ได้ใช้งานแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ โครงสร้างระบบพื้นฐานที่เคยมีความเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการภายนอก ยังคงสร้างข้อซักถามเกี่ยวกับเส้นทางการจัดเก็บข้อมูล


  • ความท้าทายในการตรวจสอบเนื้อหา (Moderation Challenges) : การตรวจสอบเนื้อหาประเภทเสียง มีความซับซ้อนกว่าข้อความ เนื่องจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังไม่สามารถตรวจจับวาจาสร้างความเกลียดชัง แบบเรียลไทม์


  • FOMO สู่ภาวะเหนื่อยล้าทางเสียง (Audio Fatigue) : ในอดีต ปัญหาหลักคือภาวะความกลัวการตกกระแส (FOMO) แต่ในปัจจุบัน เมื่อมีฟีเจอร์ Replay ปัญหาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปสู่ "Audio Fatigue" หรือความเหนื่อยล้าจากการใช้สมาธิในการรับฟังเป็นระยะเวลานาน ซึ่งส่งผลต่อภาระทางสมอง มากกว่าการรับชมภาพ ผู้ใช้งานจึงควรจัดสรรเวลาให้เหมาะสม



แม้กระแสความนิยมของ Clubhouse จะลดทอนลงเมื่อเทียบกับช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ในปี 2021 แต่แอปพลิเคชันนี้ไม่ได้สูญหายไปจากอุตสาหกรรม แพลตฟอร์มได้เลือกที่จะ "ปรับตัว" เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเปลี่ยนผ่านจากเวทีสัมมนาเสียงสาธารณะ สู่การเป็นแอปพลิเคชัน "Social Audio Messaging" ที่เน้นความใกล้ชิด ความเป็นส่วนตัว และความสะดวกในการใช้งานผ่านฟีเจอร์ Houses และ Chats

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แบรนด์ หรือนักสร้างสรรค์เนื้อหา Clubhouse ในปัจจุบันอาจไม่ใช่พื้นที่สำหรับการสร้างกระแสไวรัล แต่ได้ปรับเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่สำหรับ "ชุมชนคุณภาพ" ที่เปิดโอกาสให้เกิดการสื่อสารเชิงลึก การรับฟังอย่างแท้จริง และการสร้างความน่าเชื่อถือ หากท่านกำลังมองหาช่องทางที่ช่วยลดช่องว่างในการสื่อสาร และต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณค่า Clubhouse ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในตลาดดิจิทัลปัจจุบัน


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Clubhouse

1. ปัจจุบันการใช้งาน Clubhouse ยังจำเป็นต้องใช้คำเชิญ (Invite) หรือไม่?

  • ปัจจุบันไม่มีความจำเป็นต้องใช้คำเชิญแล้ว แพลตฟอร์มได้ยกเลิกระบบ Invite-only อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021 ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันและลงทะเบียนใช้งานได้ทันที (ยกเว้นฟีเจอร์กลุ่มส่วนตัวอย่าง "Houses" ที่ต้องได้รับการอนุมัติจากสมาชิกภายในกลุ่มก่อน)

2. Clubhouse รองรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการใดบ้าง?

  • แพลตฟอร์มสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android สำหรับการใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ เริ่มรองรับการเข้าร่วมรับฟัง (Listen-in) ได้ในบางส่วน แต่การใช้งานฟีเจอร์หลักทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบ ยังคงต้องดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

3. สามารถรับฟังการสนทนาย้อนหลังได้หรือไม่?

  • สามารถรับฟังย้อนหลังได้ ผ่านฟีเจอร์ "Replays" หากผู้ควบคุมห้อง (Moderator) เปิดใช้งานระบบบันทึกเสียง ผู้ใช้งานที่พลาดการสนทนาสดสามารถรับฟังย้อนหลัง ข้ามช่วงเวลา หรือปรับความเร็วในการเล่นเสียง (1.5x, 2x) ได้ในลักษณะเดียวกับการรับฟังพอดแคสต์

4. ผู้ใช้งานสามารถสร้างรายได้จากแพลตฟอร์ม Clubhouse ได้หรือไม่?

  • สามารถทำได้ แพลตฟอร์มมีระบบ Payments ที่เปิดโอกาสให้ผู้ฟังสามารถส่งเงินสนับสนุน (Tips) ให้แก่ผู้สร้างสรรค์เนื้อหาหรือผู้บรรยายผ่านระบบ Stripe โดยรายได้จะส่งตรงถึงผู้รับเต็มจำนวน (ผู้ส่งเงินจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต) นอกจากนี้ การสร้างฐานผู้ติดตามที่แข็งแกร่งยังสามารถนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจและการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ภายนอกได้

5. การทำการตลาดบน Clubhouse ยังคงมีประสิทธิภาพหรือไม่?

  • ยังคงเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับแบรนด์ที่มุ่งเน้น การตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Marketing) และต้องการสร้าง ความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) การจัดกิจกรรมสนทนาเพื่อให้ความรู้หรือถาม-ตอบอย่างตรงไปตรงมา จะช่วยส่งเสริมให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและมีความเป็นมนุษย์ (Humanize) มากยิ่งขึ้น


 
 
IMG_3628.JPG

ME POWER Digital Agency

สร้างปรากฏการณ์ให้กับคลินิกของคุณ! ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลสุดล้ำ

Logo  Line
bottom of page