top of page

Loyalty Program คืออะไร? เคล็ดลับดึงคนไข้เก่าคลินิกความงามให้อยู่หมัด

17 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที
Loyalty Program คืออะไร? เคล็ดลับดึงคนไข้เก่าคลินิกความงามให้อยู่หมัด

Key Takeaways

  • คนไข้มาทำโปรแกรมครั้งเดียวแล้วหายไปเลย? Loyalty Program คือระบบที่จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ครับ เป็นการสร้างความผูกพันระยะยาว ให้คนไข้มีเหตุผลในการกลับมาดูแลตัวเองกับคลินิกของเราอย่างต่อเนื่อง


  • รูปแบบที่เหมาะกับคลินิกความงาม แนะนำให้เน้นการ สะสมแต้มจากจำนวนครั้งที่มา มากกว่าดูแค่ยอดเงินครับ เพราะจะช่วยดึงคนไข้ให้กลับมาตรงตามรอบโปรแกรมได้ดีกว่า


  • ทริคสำคัญคือ เลี่ยงการนำโปรแกรมหลัก (เช่น โปรแกรมฉีดโบท็อก หรือ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์) มาทำเป็นส่วนลดเพื่อแจกรางวัลครับ เพราะจะทำให้มูลค่าของโปรแกรมดูลดลง ให้เปลี่ยนไปใช้สิทธิ์เสริมอื่นๆ แทนจะดีกว่าครับ


  • กติกาที่ดีต้องอธิบายจบได้ใน 1 ประโยคตอนชำระเงินครับ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ ต้องตรวจสอบเงื่อนไขการให้รางวัลให้ถูกต้องตามกฎ สบส. รวมถึงการขอความยินยอมเก็บข้อมูลตาม PDPA อย่างเคร่งครัด


  • ไม่ต้องกังวลไปครับว่าต้องลงทุนระบบใหญ่โต ลองเริ่มต้นง่ายๆ จากแพ็กเกจสะสมครั้ง ผ่าน LINE OA ดูก่อน วัดผลแล้วค่อยๆ ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมคนไข้ของเราครับ


Loyalty Program คือ อะไร

จัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมแทบตาย คนไข้มาทำโปรแกรมครั้งเดียวแล้วก็หายไปเลย ไม่กลับมาอีก... บอกเลยว่า Loyalty Program คือคำตอบที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ให้คลินิกของคุณครับ


พูดแบบเข้าใจง่ายที่สุด มันคือ ระบบที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทนลูกค้าประจำ ครับ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนคนไข้ขาจรให้กลายเป็นคนไข้ที่ไว้ใจแบรนด์ ผ่านหลักการทำงานง่ายๆ 3 ขั้นตอน คือ สมัครสมาชิก > สะสมสิทธิ์ > แลกรับสิทธิประโยชน์


หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วแบบนี้มันต่างจากการทำโปรโมชั่นลดราคาทั่วไปยังไง? ความต่างอยู่ตรงที่โปรโมชั่นคือแคมเปญระยะสั้นที่เน้นดึงดูดคนให้มาซื้อเดี๋ยวนั้นครับ แต่ Loyalty Program คือระบบระยะยาว ที่เรานำข้อมูลของคนไข้มาวิเคราะห์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์และมอบสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกผูกพันกับคลินิกในระยะยาวนั่นเองครับ


ทำไมคลินิกความงามควรมี Loyalty Program

ทำไมคลินิกความงามควรมี Loyalty Program

สำหรับธุรกิจคลินิกความงาม ระบบนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลือกเสริม แต่แทบจะเป็นหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจเลยครับ ลองมาดูเหตุผลหลักๆ กันครับ


  • คนไข้ต้องมาต่อเนื่องตามรอบ แต่ไม่มีเหตุผลให้เลือกคลินิกเดิม

ธรรมชาติของการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมบำรุงผิว โปรแกรมเลเซอร์ หรือแม้แต่โปรแกรมฉีดโบท็อกและโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ล้วนต้องกลับมาดูแลซ้ำตามรอบเวลาครับ แต่ถ้าเราไม่มีระบบดูแลหรือตอบแทนคนไข้ที่ดีพอ เขาก็ไม่มีแรงจูงใจอะไรที่จะต้องกลับมาคลินิกเดิมจริงไหมครับ?


  • ได้ข้อมูลคนไข้มาปรับโปรแกรมและการสื่อสารให้ตรงใจ 

การมีระบบสมาชิกทำให้เรารู้พฤติกรรมคนไข้ชัดเจนขึ้นครับ ว่าเขาชอบทำโปรแกรมกลุ่มไหน มาบ่อยแค่ไหน ทำให้เราสามารถนำเสนอสิทธิประโยชน์ได้แบบเฉพาะบุคคล ซึ่งซื้อใจคนไข้ได้ดีกว่าการส่งข้อความหว่านๆ ไปหาทุกคนครับ


  • ต้นทุนรักษาคนไข้เก่า ถูกกว่าการหาคนไข้ใหม่มาก

รายงานของ Harvard Business Review ระบุว่า การหาลูกค้าใหม่มีต้นทุนสูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่าถึง 5-25 เท่า]



Loyalty Program มีอะไรบ้าง รูปแบบที่คลินิกเลือกใช้ได้

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเริ่มคิดแล้วว่า แล้วคลินิกของเราควรใช้ระบบแบบไหนดี? จากข้อมูลบนเว็บไซต์การตลาดชั้นนำ (เช่น Shopify, The Growth Master, BeTask) รูปแบบของ Loyalty Program นั้นมีหลากหลายมากครับ แต่สำหรับคลินิกความงาม ผมคัดรูปแบบที่น่าสนใจและเอาไปปรับใช้ได้จริงมาให้แล้วครับ ลองมาดูกันเลย


สะสมแต้ม 

รูปแบบคลาสสิกที่ทุกคนคุ้นเคยครับ แต่ทริคสำหรับคลินิกความงามคือ แนะนำให้ตั้งแต้มตามจำนวนครั้งที่มา แทนที่จะนับจากยอดเงินเพียงอย่างเดียวครับ วิธีนี้จะช่วยดึงให้คนไข้กลับมาทำโปรแกรมตามรอบได้อย่างสม่ำเสมอ มากกว่าการเน้นให้จ่ายก้อนใหญ่ในครั้งเดียวจบครับ


แบ่งระดับสมาชิก

ระบบนี้ช่วยสร้างความรู้สึกพิเศษ ให้กับคนไข้ได้ดีมากครับ เช่น แบ่งเป็นระดับ Silver, Gold และ Platinum โดยวัดจากความถี่และยอดใช้บริการ ยิ่งระดับสูงขึ้น คนไข้ก็จะได้สิทธิประโยชน์ที่พิเศษขึ้นครับ


สมาชิกรายเดือน/รายปี

เหมาะกับโปรแกรมที่ต้องดูแลต่อเนื่องครับ เช่น ระบบสมาชิกสำหรับโปรแกรมบำรุงผิวรายเดือน ที่รวมโปรแกรมประจำรอบเอาไว้แล้ว วิธีนี้ช่วยให้คลินิกมีรายได้ที่คาดการณ์ได้ (Recurring Income) และคนไข้ก็รู้สึกว่าได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องครับ


แพ็กเกจสะสมครั้ง

อารมณ์เหมือนบัตรสะสมแต้มร้านกาแฟครับ เช่น เมื่อคนไข้เข้ามารับบริการโปรแกรมที่กำหนดครบตามจำนวนครั้ง ก็จะได้รับสิทธิ์เพิ่มเติม วิธีนี้เข้าใจง่ายและกระตุ้นการกลับมาซ้ำได้ดีมากครับ


แนะนำเพื่อน

การบอกต่อคือการตลาดที่ทรงพลังที่สุดสำหรับคลินิกความงามครับ การให้สิทธิประโยชน์เมื่อคนไข้เก่าแนะนำคนไข้ใหม่ จะช่วยลดต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่ได้มหาศาลเลยครับ


ให้สิทธิ์จากการมีส่วนร่วม

คือการให้รางวัลเมื่อคนไข้มีส่วนร่วมกับแบรนด์ เช่น การเช็กอิน หรือการเขียนรีวิวครับ


รูปแบบอื่นๆ ที่ธุรกิจทั่วไปใช้

ระบบอย่าง Cashback (เงินคืน), การจับมือกับพันธมิตรข้ามแบรนด์ หรือการทำภารกิจ/เล่นเกม เป็นสิ่งที่ธุรกิจค้าปลีกนิยมใช้ครับ สำหรับคลินิกความงาม ระบบพันธมิตร (เช่น จับมือกับฟิตเนสระดับพรีเมียม) ถือว่าน่าสนใจและช่วยขยายฐานลูกค้าได้ดีครับ แต่ระบบเกมหรือภารกิจอาจจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไร เพราะอาจทำให้ภาพลักษณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ดูจริงจังน้อยลงครับ


Loyalty Program ตัวอย่าง

เพื่อให้เห็นภาพการนำไปใช้งานจริง เราลองมาดูตัวอย่างกันครับ ทั้งจากธุรกิจทั่วไปที่เราคุ้นเคย และโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อคลินิกความงามโดยเฉพาะ


ตัวอย่างธุรกิจทั่วไปที่คนคุ้นเคย


  • Starbucks Rewards: ระบบสะสมดาวที่เข้าใจง่าย ซื้อเครื่องดื่มได้ดาว สะสมครบเอาไปแลกเครื่องดื่มหรือขนมฟรี


  • Shopee Coins / Lazada Bonus: ระบบ Cashback ที่กระตุ้นให้คนกลับมาซื้อของในแพลตฟอร์มซ้ำ เพื่อใช้เหรียญเป็นส่วนลดในการซื้อครั้งต่อไป


ตัวอย่างสำหรับคลินิกความงาม

สำหรับคลินิกความงาม หลีกเลี่ยงการนำโปรแกรมหลักมาทำเป็นส่วนลดเพื่อเป็นรางวัลเพราะจะทำให้คุณค่าของโปรแกรมนั้นดูลดลงในสายตาคนไข้ครับ เราควรใช้สิทธิ์เสริมอื่นๆ แทน ลองดูตัวอย่างเหล่านี้ครับ:


  • ตัวอย่าง A (แบบสะสมแต้ม): สะสมแต้ม 1 แต้ม ทุกครั้งที่มารับบริการตามนัด เมื่อสะสมครบ 5 แต้ม สามารถแลกรับสิทธิ์ทำโปรแกรมทรีตเมนต์ผิวเพิ่มเติมได้ โดยไม่ต้องลดราคาโปรแกรมหลัก


  • ตัวอย่าง B (แบบแบ่งระดับสมาชิก): แบ่งเป็น 3 ระดับ สมาชิกภาพระดับสูงสุดจะได้สิทธิ์จองคิวแพทย์ก่อนใคร (Priority Booking) มีที่จอดรถส่วนตัว หรือได้รับการเชิญเข้าร่วมกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการดูแลตัวเองแบบ Exclusive


  • ตัวอย่าง C (แบบสมาชิกรายเดือน): จ่ายค่าสมาชิกรายเดือน สำหรับโปรแกรมบำรุงผิวที่ต้องทำเป็นประจำ โดยอาจจะพ่วงสิทธิ์ในการปรึกษาปัญหาผิวกับผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม


ข้อควรระวังก่อนทำ Loyalty Program ในคลินิก

การทำระบบสมาชิกสำหรับคลินิกความงาม มี เรื่องกฎหมายและจรรยาบรรณทางการแพทย์ที่เราต้องระวังให้ดี ลองมาเช็กลิสต์ 3 ข้อนี้ก่อนเริ่มเปิดใช้งานจริงกันครับ


ถ้อยคำและสิทธิ์ที่ให้ต้องไม่เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง ตามกฎ สบส.

เรื่องนี้สำคัญมากครับ การใช้ถ้อยคำโปรโมทหรือการให้สิทธิ์แลกของรางวัล ต้องระวังไม่ให้ผิดกฎของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ครับ โดยเฉพาะการให้ส่วนลดหรือให้ทำโปรแกรมฟรีแบบมีเงื่อนไขผูกมัด


การเก็บข้อมูลสมาชิกต้องมีความยินยอมตาม PDPA

การทำระบบสมาชิก แปลว่าเราต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคนไข้ครับ ตั้งแต่ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ไปจนถึงประวัติการรับบริการโปรแกรมต่างๆ ดังนั้น แพลตฟอร์มหรือระบบที่เรานำมาใช้ จะต้องมีขั้นตอนขอความยินยอม (Consent) ที่ชัดเจนและโปร่งใสตามกฎหมาย PDPA ครับ


อย่าให้รางวัลที่ทำให้คนไข้ตัดสินใจทำโปรแกรมเพราะอยากได้แต้ม มากกว่าความเหมาะสม

ข้อนี้เป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือในระยะยาวครับ เราไม่ควรออกแบบระบบที่จูงใจให้คนไข้ตัดสินใจซื้อโปรแกรมเพียงเพราะ "อยากได้แต้มเพิ่ม" หรือ "กลัวสิทธิ์หมดอายุ" โดยละเลยความจำเป็นจริงๆ ทางการแพทย์ครับ


ตัวอย่างเช่น การเสนอให้ทำโปรแกรมฉีดโบท็อก หรือ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ถี่เกินความจำเป็นของร่างกายเพียงเพื่อให้อัปเกรดระดับสมาชิก แบบนี้อาจจะได้ยอดขายระยะสั้น แต่ส่งผลเสียต่อความไว้วางใจที่คนไข้มีต่อคลินิกแน่นอนครับ


วิธีเริ่มทำ Loyalty Program ใน 5 ขั้นตอน

วิธีเริ่มทำ Loyalty Program ใน 5 ขั้นตอน

จากการรวบรวมข้อมูลหลักการทำ CRM ของเว็บไซต์การตลาดชั้นนำ (อย่าง Shopify และ The Growth Master) เราสามารถสรุปขั้นตอนการเริ่มต้นให้เข้าใจง่ายและทำตามได้จริง แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้ครับ


1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนเริ่ม

ก่อนจะเลือกระบบ เราต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนครับว่า "เราทำระบบนี้ไปเพื่ออะไร?" คุณอยากเพิ่มอัตราการกลับมาซ้ำของคนไข้เก่า? อยากเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อบิล? หรืออยากเน้นดันยอดเฉพาะบางโปรแกรมเป็นพิเศษ? การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เราออกแบบกติกาและของรางวัลได้ตรงจุดมากขึ้นครับ


2. ดูพฤติกรรมคนไข้ของคุณก่อน

ลองกลับไปดูข้อมูลหลังบ้านครับว่า คนไข้กลุ่มไหนมาคลินิกบ่อยที่สุด? รอบการกลับมาของพวกเขาเป็นเท่าไร? (เช่น ทุก 2 สัปดาห์สำหรับโปรแกรมทรีตเมนต์ หรือทุก 4-6 เดือนสำหรับโปรแกรมฉีดโบท็อก) ข้อมูลพวกนี้จะช่วยให้เราตั้งเงื่อนไขสะสมแต้มที่สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของคนไข้ครับ


3. เลือกรูปแบบและตั้งกติกาให้อธิบายจบในประโยคเดียว

เคล็ดลับสำคัญเลยคือ "กฎต้องง่าย" ครับ พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ต้องสามารถอธิบายกติกาจบได้ภายในประโยคเดียวตอนที่คนไข้กำลังชำระเงิน เช่น "วันนี้สะสมครบ 5 ครั้งแล้ว ครั้งหน้าคุณลูกค้าสามารถใช้สิทธิ์รับโปรแกรมทรีตเมนต์ผิวได้เลยนะคะ" แบบนี้คนไข้เข้าใจทันทีและอยากกลับมาใช้สิทธิ์แน่นอนครับ


4. เปิดตัวและบอกต่อให้คนไข้รู้

ระบบดีแค่ไหน ถ้าไม่มีคนรู้ก็เปล่าประโยชน์ครับ! เราต้องสื่อสารให้ครบทุกช่องทาง ตั้งแต่ป้ายตั้งโต๊ะหน้าเคาน์เตอร์, เมนูบน LINE OA, แบนเนอร์บนเว็บไซต์ และที่สำคัญที่สุดคือ พนักงานต้องช่วยแนะนำระบบนี้ในช่วงที่ให้คำปรึกษาหรือหลังชำระเงินทุกครั้งครับ


5. วัดผลและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ

เปิดระบบแล้วไม่ได้แปลว่าจบงานนะครับ เราต้องคอยดูตัวเลขหลังบ้านด้วยว่า อัตราการกลับมาซ้ำเพิ่มขึ้นไหม? มีสมาชิกกี่คนที่นำแต้มมาใช้สิทธิ์จริง? ถ้าระบบไหนคนไข้ไม่ค่อยสนใจ เราก็สามารถปรับเปลี่ยนกติกาหรือของรางวัลให้ดึงดูดใจมากขึ้นได้ครับ


ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยทำแล้วระวังพัง

แม้จะวางแผนมาดีแค่ไหน แต่การทำ Loyalty Program ก็มีหลุมพรางที่หลายคลินิกเผลอตกลงไปบ่อยๆ ครับ ลองมาดูข้อควรระวังเหล่านี้ เพื่อให้คลินิกของคุณไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกครับ


  • กติกาซับซ้อนจนพนักงานเองก็อธิบายไม่ได้ ถ้าเงื่อนไขการได้แต้มหรือการแลกสิทธิ์มันยุ่งยากซับซ้อน มีเงื่อนไขดอกจันเต็มไปหมด สุดท้ายพนักงานก็จะไม่อยากอธิบาย และคนไข้เองก็ขี้เกียจจำครับ


  • รางวัลคือการลดราคาโปรแกรมหลักจนคนไข้รอแต่ส่วนลด อย่างที่ย้ำไปตอนต้นครับว่า เราไม่ควรนำโปรแกรมหลัก (เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ หรือโปรแกรมเลเซอร์) มาทำเป็นส่วนลดเพื่อแจกเป็นรางวัล เพราะนอกจากจะทำให้มูลค่าของโปรแกรมดูดรอปลงแล้ว คนไข้จะเกิดพฤติกรรม "ไม่ลด ไม่มา" ครับ


  • เปิดแล้วไม่ตามผล ไม่ส่งข้อความเตือนสิทธิ์ หลายคลินิกให้คนไข้สะสมแต้มแล้วก็ปล่อยเงียบไปเลย ไม่เคยบรอดแคสต์หรือทักไปเตือนว่า "แต้มใกล้จะหมดอายุแล้วนะคะ" หรือ "ตอนนี้คุณลูกค้ามีสิทธิ์แลกรับโปรแกรมดูแลผิวอยู่นะคะ" ทำให้คนไข้ลืมและไม่ได้กลับมาใช้บริการครับ


  • ไม่มีระบบตามคนไข้ที่หายไปนานให้ตรงจุด เมื่อคนไข้หายไป การบรอดแคสต์แจกโปรโมชั่นลดราคาแบบหว่านแหไปหาทุกคนอาจจะไม่ได้ผลครับ  ข้อความที่เราส่งไปควรเจาะจงตามรอบโปรแกรมของคนไข้คนนั้นๆ เช่น ถึงเวลาที่ต้องกลับมาดูผลลัพธ์ของโปรแกรมดูแลผิวแล้ว มากกว่าการส่งข้อความขายของทั่วไปครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Loyalty Program (FAQ)

Loyalty Program คือ อะไร / หมายถึงอะไร?

มันคือระบบตอบแทนลูกค้าประจำที่ช่วยเปลี่ยนคนไข้ขาจร ให้กลายเป็นคนไข้ที่ผูกพันและไว้ใจคลินิกในระยะยาวครับ (สามารถย้อนกลับไปดูรายละเอียดเชิงลึกได้ที่หัวข้อแรกนะครับ)

รูปแบบหลักๆ ที่เหมาะกับคลินิก จะมีแบบสะสมแต้มตามจำนวนครั้ง, การแบ่งระดับสมาชิก (Tier), การสมัครสมาชิกแบบรายเดือน/รายปี (Subscription), แพ็กเกจสะสมครั้ง (Punch Card) และระบบแนะนำเพื่อนครับ

ตัวอย่างที่ทำได้ง่ายคือ การให้สะสมแต้มตามรอบที่มารับบริการเพื่อแลกสิทธิ์ทำโปรแกรมทรีตเมนต์ผิว หรือการแบ่งระดับสมาชิกเพื่อมอบสิทธิ์จองคิวแพทย์ล่วงหน้าสำหรับลูกค้าระดับพรีเมียมครับ

แนะนำให้เริ่มจากระบบ "สะสมแต้มตามจำนวนครั้งที่มา" หรือ แพ็กเกจสะสมครั้ง ครับ เพราะเข้าใจง่าย พนักงานอธิบายไม่ยาก และสามารถใช้เครื่องมือพื้นฐานอย่าง LINE OA ทำได้เลย โดยยังไม่ต้องลงทุนกับซอฟต์แวร์ราคาสูงครับ


 
 
IMG_3628.JPG

ME POWER Digital Agency

สร้างปรากฏการณ์ให้กับคลินิกของคุณ! ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลสุดล้ำ

Logo  Line
bottom of page