รีแบรนด์ธุรกิจคลินิกเก่าให้กลับมาฮิตใหม่ใน 90 วัน
- memarketthink
- 8 ก.ค.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 10 ก.ค.

ธุรกิจคลินิกที่เคยรุ่งอาจซบเซาลงเพราะเทรนด์สุขภาพความงามเปลี่ยนไปทุกวัน แต่คุณสามารถพลิกภาพลักษณ์ สร้างประสบการณ์ใหม่ และดึงดูดลูกค้าให้กลับมาเป็นที่นิยมเหมือนเดิมได้ บทความนี้จะช่วยให้คลินิกเก่าของคุณกลับมาฮิตอีกครั้ง
ทำไมธุรกิจคลินิกเก่าถึงต้องรีแบรนด์?
ธุรกิจคลินิกที่เปิดมานานมักเจอกับปัญหาและความท้าทายจากพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคออนไลน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันผู้คนมักให้ความสำคัญกับการหาข้อมูล ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ความน่าเชื่อถือ รวมถึงบริการหลังการรักษาเป็นหลัก หากคลินิกของคุณยังยึดติดกับการทำธุรกิจแบบเดิม ๆ ก็อาจเสี่ยงเสียลูกค้าให้กับคู่แข่งได้
ดังนั้น ธุรกิจคลินิกเสริมความงามจึงจำเป็นต้องรีแบรนด์เพื่อสร้างความแตกต่าง ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้มั่นคงในระยะยาว
วิธีรีแบรนด์ธุรกิจคลินิกมีอะไรบ้าง
1 วางแผนก่อนรีแบรนด์ (1-2 สัปดาห์)
วิเคราะห์ตัวตนแบรนด์ของตัวเองและคู่แข่ง เช่น จุดแข็ง จุดอ่อน หรือจุดที่ลูกค้ามองข้ามไป
สำรวจกลุ่มเป้าหมายใหม่ ที่ธุรกิจคลินิกของคุณต้องการสร้างกำไร
กำหนดจุดยืนใหม่ของแบรนด์ให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น การสร้างจุดขายที่โดดเด่นหรือเทคโนโลยีใหม่
2 ปรับภาพลักษณ์ธุรกิจคลินิกใหม่ (3-4 สัปดาห์)
ปรับสีโลโก้หรือสีแพ็กเกจให้ดูทันสมัย แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไว้
ปรับสไตล์การตกแต่งร้านให้เข้ากับแบรนด์ใหม่มากขึ้น
ถ่ายภาพและวิดีโอใหม่ เพื่อให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
3 รีแพ็กเกจบริการให้ขายง่าย (5-6 สัปดาห์)
ปรับแพ็กเกจบริการให้ถึงง่าย และเป็นประโยชน์ต่อลูกค้ามากขึ้น
เปิดบริการใหม่ด้วยโปรแกรมที่กำลังมาแรง และตั้งชื่อให้คนจดจำได้ง่าย
สร้างโปรโมชันสำหรับการเปิดตัวรีแบรนด์ธุรกิจคลินิกใหม่ให้มียอดขายเพิ่มขึ้น
4 สื่อสารแบรนด์ให้ตรงใจมากขึ้น (7-8 สัปดาห์)
วางแผนการผลิตสื่อออนไลน์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายทุกแพลตฟอร์ม
สร้างแคมเปญเพื่อสื่อสารแบรนด์ด้วยการโฆษณาหรือใช้ Influencer ช่วย
สื่อสารภายในทีมให้ทุกคนเข้าใจแบรนด์ เพื่อเดินไปยังจุดมุ่งหมายเดียวกัน
5 เปิดตัวธุรกิจคลินิกรีแบรนด์ใหม่ (9-10 สัปดาห์)
จัดงานเปิดตัวหรือจัดอีเวนต์อย่างเป็นทางการซึ่งอาจจะเป็นช่องทางออนไลน์ก็ได้
สร้างบรรยากาศภายในคลินิกเสริมความงามเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกอยากเข้าใช้บริการ
กระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ ด้วยระบบสมาชิกหรือส่วนลดในครั้งถัดไป
6 วัดผลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (11-12 สัปดาห์)
ตรวจเช็กยอดขายที่ได้ Feedback จากลูกค้า หรือ Engagement ว่าแนวโน้มเป็นยังไง
ประเมินภาพลักษณ์หลังจากการรีแบรนด์ใหม่ว่าสื่อสารตรงกลุ่มไหม ต้องปรับอะไรเพิ่ม
วางแผนเพื่อต่อยอดธุรกิจคลินิก เช่น แคมเปญรายเดือน แคมเปญสำหรับลูกค้าใหม่
Case Study: รีแบรนด์ธุรกิจคลินิกระดับโลก

Cleveland Clinic : เปลี่ยนโลโก้ถึง 4 ครั้ง โดยใช้สีที่เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงผู้ป่วย และรวบรวมธุรกิจโรงพยาบาลไว้ภายใต้แบรนด์เดียวกัน ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นและถูกยกให้เป็นต้นแบบของ patient-centric design
Kaya Skin Clinic : เปิดตัวโลโก้ใหม่ในปี 2017 ด้วยโทนสีใหม่ผ่านคอนเซ็ปต์แพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะบุคคล (personalised dermatology) พร้อมเปิดสาขาใหม่ในดูไบ ทำให้มียอดจองทรีตเมนต์ในไตรมาสแรกหลังเปิดตัวสูงถึง 30%
Transform Hospital Group : รวบรวมธุรกิจศัลยกรรมและโรงพยาบาลไว้ด้วยกัน แล้วรีแบรนด์เป็น one-stop cosmetic & weight-loss provider พร้อมกับปรับโลโก้ สร้างเว็บไซต์ ขยายสาขา และสร้างภาพลักษณ์ให้ทันสมัยมากขึ้น
ความเสี่ยงที่ต้องเลี่ยงในการรีแบรนด์ธุรกิจคลินิก
1 เปลี่ยนแต่ภาพลักษณ์ ไม่ปรับบริการ
คนไข้จะไม่รู้สึกว่ามีความแตกต่างไปจากเดิม ทำให้พวกเขามองไม่เห็นคุณค่าของธุรกิจคลินิกคุณ ดังนั้นต้องปรับเปลี่ยนขั้นตอนการรักษาให้ดีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับแบรนด์ใหม่
2 ทุกแพลตฟอร์มสื่อสารไม่ตรงกัน
เว็บไซต์หรือสื่อโซเชียลมิเดียแต่ละแพลตฟอร์มสื่อสารไม่ตรงกันและไม่ต่อเนื่อง อาจทำให้ลูกค้าสับสนได้ ดังนั้นต้องมีแนวทางเดียวกันและปล่อยแคมเปญพร้อมกันในทุกช่องทาง
3 ละเลยกฎหมายโฆษณาทางการแพทย์
สร้างคอนเทนต์เกินจริง เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค อาจเสี่ยงถูกปรับหรือถูกดำเนินคดีได้ ดังนั้นควรตรวจเช็กข้อความ โปรโมชัน รูปภาพหรือวิดีโอ ให้ถูกหลัก PDPA และกฎหมายโฆษณาทางการแพทย์
4 ไม่ตั้ง KPI วัดผลที่ชัดเจนแต่แรก
รีแบรนด์ใหม่และดูแค่ความสำเร็จในมุมมองของทีม แต่ไม่ได้เกิดการสร้างยอดขายจริง ดังนั้นควรกำหนดตัวชี้วัดของการจองคอร์ส ROI สื่อโฆษณา และรีวิวของลูกค้าอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก
5 งบประมาณบานปลายทะลุเพดาน
มีการออกแบบระบบใหม่ทั้งหมด และเปิดตัวใหญ่โตทำให้งบทะลุเพดาน ดังนั้นควรแบ่งงบให้เป็นสัดส่วนอย่างพอดี เช่น การวิจัย ดีไซต์ การเปิดตัว และควรเผื่อเงินสำรองไว้ 10-15% กรณีฉุกเฉิน


