โปรแกรม Rejuran Healer (รีจูรัน) ตัวช่วยผิวใส เหมาะกับใครบ้าง
- 19 ม.ค.
- ยาว 2 นาที

โปรแกรม Rejuran Healer คืออะไร
Rejuran Healer คือ ตัวช่วยฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ ไม่ใช่ฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ สารประกอบหลักคือ Polynucleotide (PN) เข้มข้นที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอนในธรรมชาติ ซึ่งมีโครงสร้างใกล้เคียงกับ DNA มนุษย์ถึง 98% จึงมีความปลอดภัยสูง ทำหน้าที่เข้าไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
Rejuran Healer ผ่านการอนุมัติจาก อย. ไทย เรียบร้อยแล้ว ผู้รับบริการจึงมั่นใจได้ว่าตัวยาที่ฉีดเข้าไปมีความบริสุทธิ์ ปราศจากสารปนเปื้อน และปลอดภัยต่อร่างกาย
ความแตกต่างจาก Skin Booster ทั่วไป
ความแตกต่างจาก Skin Booster ทั่วไป (Rejuran vs. Normal Skin Boosters) หลายท่านอาจสับสน แต่ความจริงแล้วสองตัวนี้มี "หน้าที่" ต่างกันชัดเจนครับ:
Skin Booster ทั่วไป: สารหลักคือ Hyaluronic Acid (HA) เปรียบเสมือน "การเติมน้ำ" ให้ผิว เน้นเรื่องความชุ่มชื้น หน้าฉ่ำวาว และลดริ้วรอยแห้งกร้านเป็นหลัก
Rejuran Healer: สารหลักคือ Polynucleotide (PN) เปรียบเสมือน "การซ่อมแซมโครงสร้าง" เน้นฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาแข็งแรง เสริมสร้างการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอของผิวโทรม

โปรแกรม Rejuran Healer ช่วยอะไรบ้าง
การชะลอวัยอย่างต่อเนื่องในริ้วรอย
✅ ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และร่องลึก:จากการศึกษาพบว่าสาร PN ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้สร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ริ้วรอย หน้าผากร่องแก้มและต่อเนื่องดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
การรักษาแผลและหลุมสิว
✅ ฟื้นฟูหลุมสิว: ส่วนที่เหลืออีกส่วนหนึ่ง (Tissue Regenerator) ช่วยในเรื่องของก้นหลุมสิวเติมเต็มในหลุมสิวประเภท Rolling และ Boxcar Scars จะเห็นผลดีเมื่อทำต่อเนื่อง 4-6 ทั้งหมด
✅ ลดรอยแดงและรอยแผลเป็น:ช่วยเร่งความเร็วให้กับสมานแผล (การสมานแผล) การที่ทำให้เกิดการอักเสบสีแดงจากสิว (PIEรอย) หรือรอยแผลเป็นใหม่ๆ จางลงได้ไวกว่าการทายาสมุนไพร
เพื่อคุณภาพผิวและรูขุมขน
✅ เนินผิวได้อย่างราบรื่น (Skin Refinement):ช่วยปรับสมดุลน้ำและน้ำมันในผิว (สมดุลของน้ำมัน-น้ำ) ส่งผลให้ร่างกายสามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติและลื่นดุจผิวกระจก (Glass Skin) เพื่อตรวจสอบการทนอีกครั้ง
✅ กระชับรูขุมขน:เมื่อรอบคอลลาเจนแข็งแรงขึ้นร่วมกับการผลิตน้ำมันที่สมดุลจะช่วยเพิ่มความกว้างดูกระชับและเล็กลงบนใบหน้าดูละเอียดขึ้นเรื่อย ๆ
การมองเห็นและความกระจ่างใส
✅เติมความชุ่มชื้นลึก:ยาวนานรุ่น Healer จะเน้นย้ำเป็นพิเศษช่วยปรับปรุงระบบการควบคุมโลหิตระดับความเย็นภาค (Microcirculation) ทำให้ผิวดูฉ่ำน้ำและของเหลวขึ้น (ความเข้มข้นของผิวแห้งมากแนะนำสูตรRejuran HB Plusมีกรดไฮยาลูโรนิก ผสมอยู่ด้วยจะตอบโจทย์ที่สุดครับ)
การที่ไม่ต้องป้องกันผิว
✅ เสริมป้องกันผิว:จุดเด่นที่สุดคือจุดเด่นที่สุดคือความหนาของตัวของชั้นหนังแท้ (ความหนาของผิวหนังชั้นหนังแท้) ทำให้แข็งแรงขึ้นไม่แพ้ง่าย ทนทานต่อมลภาวะและจากการทำเลเซอร์หรือสารเคมีได้ดียิ่งขึ้น

สูตรของ โปรแกรม Rejuran ที่มีในตลาด
โปรแกรม Rejuran Healer
จุดเด่น: ซ่อมแซมผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ฟื้นฟูโครงสร้าง
เหมาะกับ: ผิวที่มีหลุมสิว รอยแผลเป็น ริ้วรอยลึก
โปรแกรม Rejuran HB Plus - เน้นความชุ่มชื้น
จุดเด่น: มีกรดไฮยาลูโรนิก เพิ่มความชุ่มชื้น + มียาชา
เหมาะกับ: ผิวแห้งกร้าน อยากผิวฉ่ำวาว เจ็บน้อย
โปรแกรม Rejuran I - เฉพาะรอบดวงตา
จุดเด่น: เข็มเล็กละเอียด สูตรอ่อนโยน
เหมาะกับ: ริ้วรอยรอบดวงตา ถุงใต้ตา ผิวบอบบาง
โปรแกรม Rejuran S - เน้นรักษาหลุมสิว
จุดเด่น: มีความหนืดสูงที่สุด เนื้อยาเกาะตัวแน่นไม่ไหล ช่วยเติมเต็มหลุมลึกและเสริมสร้างการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้ขึ้นมาเสมอผิว
เหมาะกับ: ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวลึก, แผลเป็นบุ๋ม, และนิยมใช้ฉีดควบคู่กับการตัดพังผืด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ใครเหมาะกับ โปรแกรม Rejuran Healer?
กลุ่มวัย 20-30 ปี
การรักษารอยแดงจากสิว หลุมสิวตื้นๆ และต้องการปรับเนื้อผิวให้ละเอียดสม่ำเสมอ ช่วยสร้างผิวที่ละเอียดอ่อนและชะลอการเจริญเติบโตของริ้วรอย
กลุ่มวัย 30-40 ปี
ช่วงวัยนี้คอลลาเจนเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องในส่วนของผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้างจนเริ่มขาดพื้นผิวหมองคล้ำดูโทรม (ผิวหมองคล้ำ) Rejuran ช่วยเสริมสร้างการทำงานของคอลลาเจนผิวกลับมาดูอิ่มน้ำและสดชื่นขึ้น
กลุ่มวัย 50
ความเหมาะสม: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา ผิวบาง (Thinning Skin) และผิวเหี่ยวย่นคล้ายกระดาษ (Crepey Skin) สาร PN (Polynucleotide) จะเข้าไปช่วยเสริมสร้างการสร้างเนื้อเยื่อ เพื่อ เพิ่มความหนาตัว ของชั้นผิวหนังแท้ให้แข็งแรงขึ้น
คำแนะนำ: ในวัยนี้แนะนำให้ทำควบคู่กับหัตถการอื่น เช่น Filler หรือ Botox เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด
ข้อห้ามและข้อควรระวังสำคัญ (Contraindications & Precautions)
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ หากท่านเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ "ควรงดเว้น" หรือต้องแจ้งแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงก่อน
ผู้ที่แพ้อาหารทะเล (Seafood/Salmon Allergy): ข้อนี้สำคัญที่สุด! เนื่องจากสารสกัดหลักใน Rejuran มาจาก DNA ของปลาแซลมอนผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารทะเลรุนแรง จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการแพ้ได้
หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: แม้ Rejuran จะมีความปลอดภัยสูง แต่ยังไม่มีผลวิจัยรับรอง 100% ในกลุ่มสตรีมีครรภ์ แพทย์จึงแนะนำให้งดเว้นไปก่อนเพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารก
ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด: โดยเฉพาะกลุ่มโรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคเยื่อบุโพรงหัวใจอักเสบ หรือผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดเป็นประจำ
สภาพผิวที่ไม่พร้อม: ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนัง สิวอักเสบรุนแรง หรือมีแผลเปิดในบริเวณที่จะฉีด ควรรักษาให้หายดีก่อนเพื่อป้องกันการกระจายเชื้อ
ระยะห่างจากหัตถการอื่น: หากเพิ่งฉีดฟิลเลอร์ หรือทำหัตถการความร้อนสูงมา ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงของการบวมช้ำและการอักเสบซ้อนทับ
ขั้นตอนการฉีด โปรแกรม Rejuran
เพื่อให้การรักษาได้ผลลัพธ์สูงสุดและปลอดภัยที่สุด เรามีการแบ่งขั้นตอนออกเป็น 3 ระยะอย่างชัดเจนครับ:
การเตรียมความพร้อม 1 สัปดาห์ก่อนทำ:
ควรงดยาและวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด (เช่น Aspirin, Warfarin, Vitamin E, Fish Oil) เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกง่ายหรือช้ำนาน
24-48 ชม. ก่อนทำ: งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดมากเกินไป
วันนัดหมาย: แนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารตามปกติ และควรล้างหน้าให้สะอาด งดแต่งหน้าจัดเพื่อความสะดวกในการเตรียมผิวครับ
ขั้นตอนการปฏิบัติการ (Procedural Steps)
Step 1: ก่อนฉีดสามารถแปะยาชา หรือประคบเย็นได้ หากคนไข้กลัวเจ็บเจ้าหน้าที่จะทายาชาชนิดครีม ทั่วใบหน้าและทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อให้ยาออกฤทธิ์เต็มที่ ช่วยให้รู้สึกสบายขณะทำ
Step 2: เทคนิคการฉีด (Injection Technique):
แพทย์จะใช้วิธีฉีดแบบ Intradermal Injection (ID) หรือการฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง
ใช้เทคนิค Micro-Papule คือการปล่อยตัวยาเป็นจุดไข่ปลาเล็กๆ กระจายทั่วใบหน้า (เน้นแก้ม หน้าผาก คาง) เพื่อให้ยากระจายตัวฟื้นฟูผิวได้ทั่วถึง
ปริมาณมาตรฐานอยู่ที่ 2-4 cc (ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและบริเวณที่ทำ)
Step 3: การลดบวม (Post-Soothing): หลังฉีดทันที คลินิกส่วนใหญ่จะมีการมาส์กหน้าหรือฉายแสง LED Light Therapy (ประมาณ 15-20 นาที) เพื่อลดอาการบวมแดงและปลอบประโลมผิวครับ
หลังการฉีด
ช่วงเวลาหลังฉีดคือช่วงที่ผิวต้องการการพักฟื้นเพื่อให้สาร Polynucleotide (PN) ออกฤทธิ์ซ่อมแซมเซลล์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องจะช่วยลดผลข้างเคียงและทำให้เห็นผลลัพธ์ไวขึ้น โดยแบ่งไทม์ไลน์ดังนี้ครับ:
ระยะ 6-24 ชั่วโมงแรก
งดล้างหน้า: ในช่วง 3-6 ชั่วโมงแรก เพื่อให้รูเข็มปิดสนิท (หลังจากนั้นใช้น้ำเปล่าสะอาดล้างเบาๆ ได้)
งดแต่งหน้า: ควรพักหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกอุดตันในรอยเข็ม
ห้ามสัมผัส: งดการแกะ เกา หรือนวดกดจุดบริเวณใบหน้าเด็ดขาด
ระยะ 2-3 วันแรก
อาการปกติ: อาจพบตุ่มนูน รอยแดง หรือรอยช้ำจากเข็ม ซึ่งจะค่อยๆ ยุบหายไปเองภายใน 2-3 วัน ไม่ใช่อาการแพ้ครับ
การบำรุง: ใช้สกินแคร์สูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอม/แอลกอฮอล์ เน้นเติมความชุ่มชื้น
เลี่ยงความร้อน: งดเข้าซาวน่า, อบไอน้ำ, หรือออกแดดจัด เพราะความร้อนจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและยุบบวมช้า
ระยะ 1 สัปดาห์
งดสารกระตุ้น: งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ เพราะจะไปทำลายกระบวนการสร้างคอลลาเจน
งดการผลัดเซลล์ผิว: งดใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม AHA, BHA, Retinol หรือการสครับหน้า
เสริมการสร้างผิว: ดื่มน้ำสะอาดมากๆ (2-3 ลิตร/วัน) และทาครีมกันแดด SPF 50+ สม่ำเสมอ
ระยะ 2 สัปดาห์ - 1 เดือน
เว้นหัตถการอื่น: ควรงดการทำเลเซอร์ หรือเครื่องยกกระชับหน้า อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวฟื้นฟูเสร็จสมบูรณ์ก่อนไปรับความร้อนอื่นครับ

