top of page

CPAS คืออะไร - ทำไมถึงเหมาะสำหรับธุรกิจ E-Commerce

  • รูปภาพนักเขียน: Admin MMT
    Admin MMT
  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
CPAS คืออะไร - ทำไมถึงเหมาะสำหรับธุรกิจ E-Commerce

ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดในปี 2024 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.07 ล้านล้านบาทในปี 2025 ทำให้ประเทศไทยเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปลี่ยนไปสู่การซื้อขายออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยกระจายตัวไปยังช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Marketplace (50%), Video Commerce (20%), Social Commerce (18%) และช่องทางอื่นๆ



CPAS คืออะไร (What is CPAS)

CPAS ย่อมาจาก Collaborative Performance Advertising Solution ซึ่ง Facebook ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Collaborative Ads" เป็นรูปแบบการโฆษณาบน Facebook ที่มีลักษณะเป็น Dynamic Ads คือโฆษณาที่สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการและพฤติกรรมของผู้ชมได้อัตโนมัติ เป็นการโฆษณาสินค้าของธุรกิจ E-Commerce ที่ให้แบรนด์สร้างแคมเปญโฆษณาสินค้าของตัวเองที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แต่ให้ปรากฏอยู่ใน Facebook Feed ของกลุ่มเป้าหมายได้ 


แพลตฟอร์มที่รองรับ CPAS ในประเทศไทย


แพลตฟอร์มที่รองรับ CPAS ในประเทศไทย

ปัจจุบันแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Facebook ในประเทศไทย ได้แก่ Shopee, Lazada, JD Central และ Power Buy นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่รองรับ CPAS ได้แก่ Top Market, Supersport และ Robinson Online แพลตฟอร์มเหล่านี้ครอบคลุมหลากหลายประเภทสินค้า ตั้งแต่สินค้าทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้ากีฬา ไปจนถึงสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

Shopee และ Lazada เป็นแพลตฟอร์ม Marketplace ยักษ์ใหญ่ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในไทย เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงฐานลูกค้าขนาดใหญ่และหลากหลายกลุ่ม

JD Central เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นสินค้าคุณภาพและของแท้ เหมาะกับแบรนด์ระดับพรีเมียมที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ

Power Buy เป็นแพลตฟอร์มเฉพาะทางด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เหมาะสำหรับแบรนด์เทคโนโลยีและเครื่องใช้ในบ้าน

Top Market, Supersport และ Robinson Online เป็นแพลตฟอร์มที่มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์ สินค้ากีฬา และสินค้าแฟชั่น ตามลำดับ


เกณฑ์การเป็นพาร์ทเนอร์กับ Facebook

การทำโฆษณา CPAS ไม่สามารถทำได้ทุกธุรกิจ เนื่องจาก Facebook จะเป็นผู้พิจารณาว่าสินค้าหรือแบรนด์มีความน่าเชื่อถือมากเพียงใด แบรนด์จะต้องได้รับการอนุมัติจาก Facebook และผ่านการพิจารณาความน่าเชื่อถือของแบรนด์และสินค้าก่อนถึงจะมี Catalogue เอาไว้ทำแคมเปญได้

เกณฑ์สำคัญที่แบรนด์ต้องผ่าน:

  1. ความน่าเชื่อถือของสินค้าและแบรนด์ - สินค้าต้องถูกต้องตามกฎหมายและไม่เป็นสินค้าต้องห้าม

  2. การขายบนแพลตฟอร์มพาร์ทเนอร์ - ต้องมีการขายอยู่ในช่องทางอีคอมเมิร์ซที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Facebook

  3. คุณภาพและมาตรฐานสินค้า - สินค้าต้องมีคุณภาพและข้อมูลครบถ้วน

  4. การปฏิบัติตามนโยบาย - ต้องปฏิบัติตามนโยบายโฆษณาของ Facebook และข้อกำหนดของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

การเป็นพาร์ทเนอร์กับ Facebook ผ่าน CPAS จึงเป็นการันตีถึงความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในระดับหนึ่ง และช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่เห็นโฆษณาด้วย



ประโยชน์และข้อดีของ CPAS (Benefits)

เพิ่มยอดขายอย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของ CPAS คือการเพิ่มยอดขายและรายได้ให้กับธุรกิจ E-Commerce CPAS มีฟังก์ชันให้กลุ่มเป้าหมายสามารถกระทำการ (Take Action) จาก Facebook ไปสู่หน้า Shopee, Lazada และแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้ทันทีผ่านการกดปุ่ม "Shop Now" โดยระบบจะนำลูกค้าไปหน้าคำสั่งซื้อเพื่อปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว การทำโฆษณาแบบไดนามิกช่วยเพิ่ม Conversion Rate เนื่องจากแสดงสินค้าที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละคน


ควบคุมและจัดการแคมเปญได้เอง

แบรนด์สามารถทำงานเหมือนมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเป็นของตัวเอง โดยสามารถจัดการแคมเปญโฆษณาระดับ Lower-funnel เพื่อขับเคลื่อนยอดขายได้มากขึ้น และวัดผลได้โดยตรง แบรนด์สามารถเซ็ตกลุ่มเป้าหมายได้เอง เลือกได้ว่าต้องการยิงโฆษณาไปหากลุ่มลูกค้าที่สนใจสินค้า หรือทำ Re-Targeting ไปยังคนที่เคยดูสินค้าแต่ยังไม่ซื้อ 


วัดผลได้แม่นยำและครบถ้วน

สามารถวัดผลได้ลึกถึงระดับ Conversion ว่ามีคน Add to Cart เท่าไร ขายได้เท่าไร รวมไปถึง Cost per Purchase และที่เด่นที่สุดคือการวัดผล ROAS (Return on ad spend) ทำให้แบรนด์รู้ว่าค่าโฆษณาที่จ่ายไป แล้วเกิดการซื้อเท่าไร สามารถประมาณการ Marketing Cost ได้ว่าคุ้มค่าหรือไม่


ประหยัดเวลาและทรัพยากร

ไม่ต้องจัดการ Facebook Pixel หรือ Catalog ด้วยตนเอง เพราะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจัดการให้พร้อมใช้งานแล้ว ช่วยลดความซับซ้อนและปรับปรุงกระบวนการในการโฆษณาทั้งหมด



ใครควรใช้ CPAS (Who Should Use CPAS)

กลุ่มเป้าหมายหลัก

CPAS ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับแบรนด์ที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม E-commerce Marketplace โดยเฉพาะ เหมาะกับแบรนด์ที่มีร้านค้าปลีกบนแพลตฟอร์ม E-Commerce Marketplace ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Facebook ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นขาย หรือแบรนด์ขนาดใหญ่ที่มียอดขายสูงอยู่แล้ว ก็สามารถใช้ CPAS เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดและยอดขายได้


ธุรกิจที่ขายหลายแพลตฟอร์ม

CPAS ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับแบรนด์ที่ขายบนหลายแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพราะสามารถโฆษณาได้หลายแพลตฟอร์มในคราวเดียว แบรนด์ที่มีร้านค้าทั้งใน Shopee, Lazada, JD Central และอื่นๆ สามารถจัดการแคมเปญโฆษณาทั้งหมดได้อย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องสร้าง Campaign แยกกันสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม การบริหารจัดการแบบรวมศูนย์นี้ช่วยประหยัดเวลาและทำให้ติดตามผลได้ง่ายขึ้น สำหรับแบรนด์ที่ต้องการคำปรึกษาเรื่องการวางกลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจร สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing อย่าง MeMarketThink ที่มีประสบการณ์ในการช่วยธุรกิจต่างๆ วางแผนการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ธุรกิจที่ไม่มีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเป็นของตัวเอง

CPAS เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับร้านค้าออนไลน์หรือแบรนด์ที่ไม่มีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเป็นของตัวเอง หรือมี E-commerce Presence น้อย แทนที่จะต้องลงทุนสร้างเว็บไซต์เอง ติดตั้ง Payment Gateway และจัดการระบบ Logistics ที่มีค่าใช้จ่ายสูง แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีอยู่แล้ว และทำการตลาดผ่าน CPAS ได้ทันที



ทีมงานที่เหมาะสมในการใช้ CPAS

เจ้าของแบรนด์

เจ้าของแบรนด์หรือทีมมาร์เก็ตติ้ง In-house ของแบรนด์ที่ขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการควบคุมแคมเปญโฆษณาด้วยตนเอง และต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากค่าโฆษณาที่ลงทุนไป CPAS ช่วยให้เจ้าของแบรนด์สามารถจัดการโฆษณาได้ง่าย แม้จะไม่มีความรู้เชิงลึกเรื่อง Facebook Pixel หรือ Catalog Management


ทีมมาร์เก็ตติ้ง In-house

ทีมการตลาดภายในองค์กรที่ดูแลเรื่องการโฆษณาและการตลาดดิจิทัล สามารถใช้ CPAS เป็นเครื่องมือหนึ่งในการขับเคลื่อนยอดขาย โดยเฉพาะทีมที่มีหน้าที่จัดการหลายช่องทางขายพร้อมกัน CPAS ช่วยให้ทีมสามารถบริหารจัดการโฆษณาได้อย่างมีระบบและวัดผลได้ชัดเจน หากทีมต้องการพัฒนาทักษะด้านการตลาดดิจิทัลเพิ่มเติม แหล่งความรู้จาก MeMarketThink Blog สามารถเป็นตัวช่วยในการอัปเดตเทรนด์และเทคนิคใหม่ๆ ได้


Agency ที่ทำโฆษณาแบบ Performance Marketing

Agency หรือ In-house ที่ต้องการลักษณะแบบ Performance Ads จุดเด่นของการทำงานแบบ CPAS คือการดูผลลัพธ์แบบ ROAS, Purchase และ Cost per Purchase สำหรับเอเจนซี่ที่รับจ้างทำโฆษณาให้กับลูกค้า CPAS เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการแสดงผลลัพธ์ที่วัดได้จริง ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าเงินที่ลงทุนไปนั้นคุ้มค่า เมื่อเห็นข้อมูลชัดเจน ก็จะทำให้แบรนด์หรือเอเจนซี่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 


CPAS เหมาะกับแบรนด์ที่ขายบน E-Commerce Marketplace

CPAS ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบโจทย์แบรนด์ที่ขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Facebook ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้น หรือแบรนด์ใหญ่ที่มียอดขายสูง ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จาก CPAS ได้ โดยเฉพาะแบรนด์ที่ขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน หรือธุรกิจที่ไม่มีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเป็นของตัวเอง CPAS กลายเป็นสะพานเชื่อมที่ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าบน Facebook และนำพาพวกเขาไปสู่หน้าร้านค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซได้อย่างราบรื่น

 
 
IMG_3628.JPG

ME POWER Digital Agency

สร้างปรากฏการณ์ให้กับคลินิกของคุณ! ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลสุดล้ำ

Logo  Line
bottom of page