Oligio คืออะไร? นวัตกรรมงานผิว เวอร์ชันเกาหลี" ที่กำลังมาแรง
- Admin MMT
- 17 ธ.ค. 2568
- ยาว 2 นาที

Oligio คือนวัตกรรมยกกระชับผิวหน้าแบบ Monopolar RF (คลื่นวิทยุความถี่สูงขั้วเดียว) จากประเทศเกาหลีครับ หลักการง่ายๆ คือเครื่องจะส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis)
Oligio คืออะไร?
Oligio คือนวัตกรรมยกกระชับผิวหน้าแบบ Monopolar RF (คลื่นวิทยุความถี่สูงขั้วเดียว) จากประเทศเกาหลีครับ หลักการง่ายๆ คือเครื่องจะส่งพลังงานความร้อนลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นให้คอลลาเจนเก่าที่เสื่อมสภาพเกิดการ "หดตัว" ทันที และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ผลลัพธ์คือผิวหน้าจะดูแน่นเฟิร์มขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น และริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลง โดยได้รับมาตรฐานความปลอดภัยทั้ง KFDA (เกาหลี), US FDA (สหรัฐอเมริกา)* และ อย. ไทย เรียบร้อยแล้ว
หลักการทำงานของ Oligio
การทำงานของ Oligio ไม่ใช่แค่การปล่อยความร้อนธรรมดา แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อปรับโครงสร้างผิวจากภายใน โดยแบ่งกลไกสำคัญออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ครับ:
กลไกการส่งผ่านพลังงาน (Energy Delivery)
Oligio ทำงานโดยการปล่อยคลื่นวิทยุความถี่สูงในรูปแบบ Monopolar Capacitive RF เจาะจงลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นในชั้นนี้จะทำหน้าที่ 2 อย่างพร้อมกัน คือ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) เพื่อความแน่นกระชับ และช่วย สลายไขมันส่วนเกิน ในบางจุด ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นและผิวแน่นเฟิร์มขึ้นในคราวเดียว
เมื่อคลื่น RF เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนสะสมในชั้นผิวลึก (อุณหภูมิระหว่าง 50-75°C) อย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะตอบสนองด้วยกระบวนการธรรมชาติ 2 ระยะ:
ระยะเร่งด่วน (Immediate Contraction): ความร้อนจะทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมที่ยืดตัวเกิดการ "หดตัว" ทันที ผิวจึงแลดูกระชับขึ้นหลังทำ
ระยะยาว (Long-term Remodeling): การรักษาระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่ง Heat-shock Proteins ออกมา สั่งการให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เร่งผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินชุดใหม่ขึ้นมาซ่อมแซม ส่งผลให้ผิวหนาตัวขึ้น แข็งแรงขึ้น และริ้วรอยจางลงอย่างถาวร
ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (Safety & Comfort)
สิ่งที่ทำให้ Oligio โดดเด่นกว่าเครื่องรุ่นเก่าคือเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อความสบายของผู้ใช้โดยเฉพาะ:
Intelligent Cooling System: ระบบปล่อยก๊าซความเย็นอัตโนมัติ (Cryogen Gas) ทุกครั้งที่ยิงช็อต เพื่อปกป้องผิวชั้นบนจากการไหม้และลดความร้อนสะสม
Vibration Technology: ระบบสั่นที่ช่วยรบกวนการส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปที่สมอง ทำให้รู้สึกสบายขึ้นขณะทำ
Real-time Monitoring: มีเซนเซอร์อัจฉริยะคอยตรวจจับทั้ง อุณหภูมิผิว และ แรงกด (Pressure) ของหัวยิงตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจว่าพลังงานที่ปล่อยลงไปมีความสม่ำเสมอและปลอดภัยสูงสุด
Oligio ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
Oligio ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาผิวหน้าและโครงสร้างผิวได้หลายมิติ ไม่ใช่แค่การยกกระชับเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้น ดังนี้ครับ:
ยกกระชับปรับรูปหน้า (Face Lifting & Contouring): แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่เกิดจากความเสื่อมของคอลลาเจน ช่วยให้ผิวหน้าและลำคอตึงกระชับขึ้น ส่งผลให้ กรอบหน้า (Jawline) ดูชัดเจน และใบหน้าดูเข้ารูปมากขึ้น
สลายไขมันสะสม (Fat Reduction): ความร้อนจากคลื่น RF มีส่วนช่วย สลายไขมันส่วนเกินใต้ชั้นผิว ได้ในระดับหนึ่ง จึงเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อย หรือมีเหนียง (Double Chin) ทำให้ใบหน้าดูเล็กลงและเพรียวขึ้น
แก้ไขจุดหย่อนคล้อยเฉพาะจุด (Targeted Lifting): สามารถเก็บรายละเอียดในจุดเล็กๆ ที่กังวลได้ดี เช่น แก้ปัญหา หนังตาตก เปลือกตาพับ คิ้วตก หรือมุมปากที่คว่ำลง ให้ดูยกขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและดูเศร้าน้อยลง
ลดเลือนริ้วรอย (Wrinkle Reduction): ช่วยเติมเต็มร่องลึกและลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) ตามใบหน้า ให้ดูจางลงจากการที่ผิวชั้นลึกถูกเติมเต็มด้วยคอลลาเจนใหม่
ปรับผิวเรียบเนียน (Skin Rejuvenation): ผลพลอยได้สำคัญคือการ กระชับรูขุมขน เมื่อคอลลาเจนใต้ผิวหนาแน่นขึ้น ผิวหน้าจะดูละเอียด เรียบเนียน และแต่งหน้าติดทนยิ่งขึ้น
Oligio เหมาะกับใคร? ใครไม่ควรทำ?
เหมาะกับใคร:
ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่เริ่มมีการลดลงของคอลลาเจนและอิลาสตินในผิว
ผู้ที่มีริ้วรอยเล็กๆ ต้องการแก้ปัญหาริ้วรอยให้จางลง
ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ทำให้ผิวหน้าดูไม่ละเอียด
การทำ Oligio เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่ได้เยอะมาก เช่น ริ้วรอยบางๆ รูขุมขนกว้าง ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด
Oligio สามารถทำได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ไม่เหมาะกับใคร:
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน, โรคเริม หรือการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง
ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) หรือโลหะฝังอยู่บริเวณที่ทำการรักษา
หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
ผู้ที่มีโรคเรื้อรังรุนแรง เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ หรือโรคหัวใจขั้นรุนแรง
ข้อดี-ข้อเสียของ Oligio
ข้อดี
ใช้เวลาไม่นาน การทำ Oligio ใช้เวลาเพียง 20-30 นาทีต่อครั้ง เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด สามารถทำช่วงพักเที่ยงแล้วกลับไปทำงานได้เลย
เห็นผลทันที หลังทำเสร็จจะเห็นผิวกระชับขึ้นประมาณ 20% ทันที และผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1-3 เดือน เมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นมาเต็มที่
ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น ด้วยระบบทำความเย็นและระบบสั่นในตัวเครื่อง ทำให้รู้สึกแค่อุ่นๆ สบายๆ ขณะทำ ไม่จำเป็นต้องทายาชา และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติทันที
เหมาะกับคนเอเชีย Oligio ถูกพัฒนาจากเกาหลีใต้ โดยออกแบบมาให้เหมาะกับลักษณะผิวของคนเอเชียที่มีความหนาและบอบบางแตกต่างจากชาวตะวันตก ทำให้ใช้ได้กับทุกประเภทผิว
ข้อเสีย
ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นานมาก ผลลัพธ์จาก Oligio อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ซึ่งสั้นกว่า Thermage หรือ Ulthera ที่อยู่ได้ 1-2 ปี หากต้องการรักษาผลลัพธ์ต่อเนื่อง อาจต้องทำซ้ำทุก 6 เดือน ซึ่งในระยะยาวอาจมีค่าใช้จ่ายสะสม
ไม่เหมาะกับผิวหย่อนมาก สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับมาก Oligio อาจให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร เทคโนโลยีอย่าง Thermage หรือ Ulthera ที่ใช้พลังงานสูงกว่าอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า
ผลลัพธ์ไม่เท่ากันทุกคน ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังทำ บางคนอาจเห็นผลชัดเจน ขณะที่บางคนอาจเห็นผลน้อยกว่า
ผลลัพธ์และระยะเวลา
ผลลัพธ์ทันทีหลังทำ
หลังทำ Oligio เสร็จ คุณจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ทันที โดยผิวจะกระชับขึ้นประมาณ 20-30% จากการที่เส้นใยคอลลาเจนเกิดการหดตัวเมื่อได้รับความร้อน สังเกตได้จากกรอบหน้าที่ดูชัดขึ้น ผิวเต่งตึง และใบหน้าดูสดใสขึ้นจากการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น
ผลลัพธ์ของ Oligio จะค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกาย:
ระยะเวลา | ผลลัพธ์ที่เห็น |
ทันทีหลังทำ | กระชับขึ้น 20-30% จากคอลลาเจนหดตัว |
1-2 สัปดาห์ | ผิวเริ่มเต่งตึงมากขึ้น อาการบวมแดง (ถ้ามี) หายหมด |
1 เดือน | เห็นผล 40-50% ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น |
2-3 เดือน | เห็นผล 70-80% ผิวกระชับและเรียบเนียนชัดเจน |
3-6 เดือน | เห็นผลเต็มที่ 100% คอลลาเจนใหม่ทำงานสมบูรณ์ |
โดยทั่วไปผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ การดูแลผิวหลังทำ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสภาพฮอร์โมน
ความปลอดภัยและผลข้างเคียง
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น:
ผลข้างเคียงพบได้น้อย แต่อาจรวมถึงรอยแดงเล็กน้อยหรือความรู้สึกอุ่นในบริเวณที่ทำ ผลข้างเคียงเหล่านี้เป็นเพียงชั่วคราวและมักหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังทำ
รอยแดงสามารถหายเองได้ใน 4-6 ชั่วโมง ผิวตึงหรือชาสามารถหายเองได้ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง อาการปวด บวมช้ำ จะหายเองภายใน 1 สัปดาห์
ระบบความปลอดภัย:
Oligio มีระบบ Intelligent Cooling System ที่ใช้ก๊าซเย็นรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการไหม้ ระบบนี้ทำงาน 4 ครั้งต่อ shot เพื่อปกป้องผิวหนัง
วิธีเลือกคลินิกที่ปลอดภัย:
ตรวจสอบว่าเครื่องผลิตโดย Wontech ประเทศเกาหลีใต้ มีหมายเลข Serial Number และการรับรอง FDA ชัดเจน มีการจดทะเบียนกับ Thai FDA ตรวจสอบโลโก้ "Oligio" บนหน้าจอหรือแผงควบคุม
การดูแลก่อน-หลังทำ Oligio
ก่อนทำการเตรียมตัวที่ดีช่วยให้ผิวตอบสนองต่อการรักษาได้ดียิ่งขึ้น:
ดื่มน้ำให้เพียงพอ: แนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ ตั้งแต่ 2 วันก่อนนัด ผิวที่ชุ่มชื้นจะรับพลังงาน RF ได้ดีกว่า
งดแต่งหน้า: ในวันนัดควรมาหน้าสะอาด ไม่ทาเครื่องสำอาง เพื่อให้ทำความสะอาดผิวก่อนเริ่มทำได้ง่าย
แจ้งแพทย์: หากใช้ยาหรือมีปัญหาสุขภาพใดๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มทำ
หลังทำหลังทำ Oligio ไม่ต้องพักฟื้น แต่ควรดูแลผิวเพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุด:
24 ชั่วโมงแรก
งดล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน
หลีกเลี่ยงการขัดหรือถูผิวแรงๆ
1-2 สัปดาห์แรก
ทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน แม้ไม่ออกแดด
หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หากต้องออกกลางแจ้งควรกางร่มหรือสวมหมวก
งดซาวน่า ห้องอบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนักที่ทำให้หน้าร้อนมาก
งดใช้สครับหรือผลิตภัณฑ์ที่มีกรดแรงๆ
ทามอยส์เจอไรเซอร์เพื่อรักษาความชุ่มชื้น
อาหารและไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้ผลอยู่นาน:
รับประทานอาหารที่มีคอลลาเจนสูง เช่น ปลาแซลมอน ไข่ขาว และผักใบเขียว
หลีกเลี่ยงความเครียด เพราะความเครียดสามารถทำลายคอลลาเจน และลดประสิทธิภาพของผลลัพธ์


