top of page

Red Touch Pro Laser คืออะไร? นวัตกรรม ผิวหนึ่งเดียว

  • รูปภาพนักเขียน: Admin MMT
    Admin MMT
  • 17 ธ.ค. 2568
  • ยาว 2 นาที
Red Touch Pro Laser คืออะไร? นวัตกรรม ผิวหนึ่งเดียว

Red Touch Pro คืออะไร? จุดเด่นที่แตกต่างจากเลเซอร์ทั่วไป

Red Touch Pro เป็นเลเซอร์ชนิด non-ablative fractional ที่ใช้เทคโนโลยีความยาวคลื่น 675 นาโนเมตร ซึ่งเป็นเลเซอร์เครื่องแรกและเครื่องเดียวในโลกที่กระทำโดยตรงกับเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ต่างจากเลเซอร์ทั่วไปที่ทำงานผ่านน้ำในผิวเพื่อสร้างความร้อน Red Touch Pro ส่งพลังงานไปยังคอลลาเจนโดยตรง ทำให้ลดความร้อนที่ไม่จำเป็นและลดความเสี่ยงจากความไม่สบาย

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้เลเซอร์ตัวนี้ครองใจผู้ใช้ทั่วโลกคือหัวยิง ที่มาพร้อมระบบทำความเย็นแบบสัมผัส โดยหัวเครื่องจะมีความเย็นปกป้องผิวชั้นบน ขณะยิงพลังงานลงสู่ผิวชั้นลึก พียงแค่อุ่นๆ สบายผิว จึงตัดขั้นตอนการแปะยาชาออกไปได้เลย นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงผิวไหม้ (Burn) ทำให้ทำได้บ่อยและปลอดภัยกว่าเลเซอร์ความร้อนสูงแบบเก่า



รวม ข้อดีที่เหนือกว่า (Combining Top Benefits)

Triple Action: จัดการ 3 ปัญหาผิวได้ในช็อตเดียว หนึ่งในจุดเด่นที่วงการแพทย์ผิวหนังทั่วโลกยอมรับ คือความสามารถของคลื่น 675 nm ที่ทำงานได้แบบ "Multitasking" ในการรักษาครั้งเดียว:

  • Collagen: ฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลดริ้วรอย และความหย่อนคล้อย

  • Melanin: ช่วยให้จุดด่างดำ ฝ้า และรอยสิวดูจางลง ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น

  • Vascular: ช่วยลดเลือนรอยแดง และเส้นเลือดฝอยเล็กๆ (Diffuse Redness) ซึ่งเลเซอร์หลายชนิดทำไม่ได้

Non-Ablative & No Downtime: สวยเสร็จ ใช้ชีวิตต่อได้ทันที ด้วยความที่เป็นเลเซอร์แบบ "ไม่ทำให้เกิดแผลเปิด" (Non-Ablative) ผิวชั้นบนจึงไม่ถูกทำลาย หลังทำเสร็จคุณจะไม่พบสะเก็ดแผลกวนใจ สามารถแต่งหน้าหรือกลับไปทำงานต่อได้ทันที ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการผลลัพธ์แต่ไม่มีเวลาพักฟื้น


ReLive Treatment: เทรนด์ใหม่ "กันแก่" ตั้งแต่เริ่ม (Prejuvenation) นี่คือไฮไลต์สำหรับคนรุ่นใหม่ครับ Red Touch Pro ตอบโจทย์เทรนด์ Prejuvenation หรือการทำเพื่อ "ป้องกัน" ก่อนปัญหาเกิด ช่วยชะลอการเสื่อมสลายของคอลลาเจนตามวัยได้ดีที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่อายุ 25+ ที่เริ่มมีริ้วรอยแรกเริ่ม เพื่อล็อกอายุผิวให้ดูเด็กยาวนานกว่าคนวัยเดียวกัน


Safe for All Skin Types: ปลอดภัยสูง แม้กับผิวเข้ม เลเซอร์บางชนิดอาจมีความเสี่ยงทำให้ผิวไหม้หรือเกิดรอยดำหลังทำ (PIH) ในคนผิวสีเข้ม แต่ Red Touch Pro ถูกออกแบบมาให้ส่งพลังงานอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ จึงมีความปลอดภัยสูงมาก สามารถทำได้ทุกสีผิวโดยไม่ต้องกังวลผลข้างเคียงรุนแรง



ใครบ้างที่ "ต้อง" ทำ? (Target Audience)

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกงานผิวที่ไม่เจ็บตัวแต่หวังผลได้จริง นี่คือกลุ่มคนที่แนะนำว่า Red Touch Pro ตอบโจทย์ที่สุด

  • กลุ่ม "Early Aging" (ริ้วรอยแรกเริ่ม): เหมาะมากสำหรับวัย 25-35 ปี ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เด้งเหมือนก่อน มีริ้วรอยเล็กๆ บริเวณร่องแก้มหรือรอบดวงตา การทำในช่วงนี้คือการ "Prejuvenation" หรือดักทางความแก่ ช่วยล็อกคอลลาเจนไว้ก่อนที่จะสายเกินแก้

  • กลุ่ม "Mixed Acne Marks" (รอยสิวผสม): คนที่มีปัญหารอยสิวแก้ยาก คือมีทั้ง "รอยดำและรอยแดง" ซ้อนกันอยู่ในจุดเดียว เลเซอร์ตัวนี้จะเข้าไปจัดการทั้งเม็ดสีและเส้นเลือดฝอยพร้อมกัน ทำให้เคลียร์รอยได้ไวกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว

  • กลุ่ม "Needle Phobia" (กลัวเข็ม/ไม่มีเวลาพัก): สำหรับคนที่อยากหน้าใสแต่กลัวเจ็บ หรือมีตารางชีวิตแน่นจนไม่สามารถหน้าบวมแดงไปทำงานได้ นี่คือทางออกของ "Lunchtime Treatment" ที่แท้จริง เพราะทำเสร็จแล้วหน้ายังดูปกติ สามารถไปประชุมหรือออกงานต่อได้เลย

  • กลุ่ม "Melasma Patients" (คนเป็นฝ้าที่ผิวไวต่อความร้อน): ข้อมูลสำคัญจากต่างประเทศระบุว่า Red Touch Pro เป็นมิตรกับคนเป็นฝ้ามาก เพราะกระบวนการทำงานของแสง 675 nm ไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมที่รุนแรงจนผิวอักเสบ (Low Inflammation) จึงช่วยลดความเสี่ยงที่ฝ้าจะเข้มขึ้นหลังเลเซอร์ (Rebound Melasma) ซึ่งมักเจอในเลเซอร์ความร้อนสูงทั่วไป


คุณสมบัติ

Red Touch Pro

Pico Laser

HIFU / Ulthera

เป้าหมายหลัก

คอลลาเจนโดยตรง (ความยาวคลื่น 675nm เฉพาะเจาะจง)

เม็ดสีผิว/รงควัตถิ (Picosecond pulses สลายเม็ดสี)

ชั้น SMAS (ยกกระชับผิวลึก ด้วยคลื่นอัลตร้าซาวนด์)

ความเจ็บ

ต่ำมาก (อุ่นๆ สบายตัว)

ปานกลาง-สูง (อาจต้องชา)

สูง (มักต้องชา)

การพักฟื้น

ไม่มี (ผิวแดงเล็กน้อย 24 ชม.)

1-7 วัน (ตกสะเก็ด/ผิวแดง อาจมีแผล)

มีเล็กน้อย (บวม แดง อ่อนเพลีย 2-7 วัน)

เหมาะกับ

ริ้วรอย ความหมองคล้ำ รูขุมขน รอยแดง รอยแผลเป็น

ฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสัก (เน้นเม็ดสี)

หน้าย้อยคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด (เน้นยกกระชับ)


ใครบ้างที่ "ต้อง" ทำ?

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกงานผิวที่ไม่เจ็บตัวแต่หวังผลได้จริง นี่คือกลุ่มคนที่แพทย์ผิวหนังแนะนำว่า Red Touch Pro ตอบโจทย์ที่สุด:

  • กลุ่ม "Early Aging" (ริ้วรอยแรกเริ่ม): เหมาะมากสำหรับวัย 25-35 ปี ที่เริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เด้งเหมือนก่อน มีริ้วรอยเล็กๆ บริเวณร่องแก้มหรือรอบดวงตา การทำในช่วงนี้คือการ "Prejuvenation" หรือดักทางความแก่ ช่วยล็อกคอลลาเจนไว้ก่อนที่จะสายเกินแก้

  • กลุ่ม "Mixed Acne Marks" (รอยสิวผสม): คนที่มีปัญหารอยสิวแก้ยาก คือมีทั้ง "รอยดำและรอยแดง" ซ้อนกันอยู่ในจุดเดียว เลเซอร์ตัวนี้จะเข้าไปจัดการทั้งเม็ดสีและเส้นเลือดฝอยพร้อมกัน ทำให้เคลียร์รอยได้ไวกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว

  • กลุ่ม "Needle Phobia" (กลัวเข็ม/ไม่มีเวลาพัก): สำหรับคนที่อยากหน้าใสแต่กลัวเจ็บ หรือมีตารางชีวิตแน่นจนไม่สามารถหน้าบวมแดงไปทำงานได้ นี่คือทางออกของ "Lunchtime Treatment" ที่แท้จริง เพราะทำเสร็จแล้วหน้ายังดูปกติ สามารถไปประชุมหรือออกงานต่อได้เลย

  • กลุ่ม "Melasma Patients" (คนเป็นฝ้าที่ผิวไวต่อความร้อน): ข้อมูลสำคัญจากต่างประเทศระบุว่า Red Touch Pro เป็นมิตรกับคนเป็นฝ้ามาก เพราะกระบวนการทำงานของแสง 675 nm ไม่ทำให้เกิดความร้อนสะสมที่รุนแรงจนผิวอักเสบ (Low Inflammation) จึงช่วยลดความเสี่ยงที่ฝ้าจะเข้มขึ้นหลังเลเซอร์ (Rebound Melasma) ซึ่งมักเจอในเลเซอร์ความร้อนสูงทั่วไป


Red Touch Pro Laser ลงตัวที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เรื่องคุณภาพผิวอย่างจริงจัง แต่ไม่อยากเจ็บ และไม่อยากพักฟื้น  ด้วยเทคโนโลยี Non-ablative ปลอดภัยสูงและไม่ทำลายผิวชั้นนอก สามารถจัดการปัญหาได้ครบทั้ง 3 มิติ (Triple Action) ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ฝ้ากระ หรือรอยแดง ได้ในคราวเดียว ที่สำคัญยังเปิดกว้างสำหรับทุกสภาพสีผิวและสามารถทำได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง นับเป็นการลงทุนเพื่อผิวระยะยาวที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้ดีที่สุด



คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ทำเจ็บไหม?

เลเซอร์นี้ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ความแสบร้อน หรือระคายเคืองส่วนใหญ่รู้สึกแค่อบอุ่นเบาๆ สะดวกสบายกว่าเลเซอร์ทั่วไปมาก


ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?

สำหรับการฟื้นฟูผิวให้เห็นผลชัดเจน อาจต้องทำ 3-4 ครั้ง ในขณะที่การลดรอยเม็ดสีอาจใช้เพียง 1-2 ครั้ง สำหรับการปรับสภาพผิวโดยรวมให้สว่างขึ้น แนะนำ 1-3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 เดือน ส่วนการลดริ้วรอย ฝ้า และจุดด่างดำ แนะนำ 3-5 ครั้ง


ทำแล้วหน้าลอกหรือไม่?

Red Touch Pro เป็นเลเซอร์แบบ non-ablative fractional ซึ่งหมายความว่าไม่ทำลายผิวชั้นนอก อาจมีผิวแดงเล็กน้อยหลังการรักษา แต่โดยทั่วไปจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง ไม่มีการลอกหรือตกสะเก็ดของผิวแต่อย่างใด

 
 
IMG_3628.JPG

ME POWER Digital Agency

สร้างปรากฏการณ์ให้กับคลินิกของคุณ! ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลสุดล้ำ

Logo  Line
bottom of page