Social Media คืออะไร ข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง
- Admin MMT
- 13 พ.ย.
- ยาว 2 นาที

ลืมตาตื่นมาสิ่งแรกที่หลายคนทำคืออะไร? หยิบมือถือเช็กการแจ้งเตือน เลื่อนดูฟีด กดไลก์ แชร์คอนเทนต์ที่สนใจ หรือแชทกับเพื่อนฝูง ก่อนนอนก็ยังต้องเลื่อนดูหน้าฟีดอีกครั้ง—นี่คือภาพชีวิตประจำวันของคนหลายล้านคนในยุคนี้
ข้อมูลล่าสุดปี 2025 เผยว่าคนไทยใช้เวลากับโซเชียลมีเดียถึง 2 ชั่วโมง 32 นาทีต่อวัน โดยมีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียถึง 51 ล้านคน หรือคิดเป็น 71% ของประชากรทั้งประเทศ ตัวเลขนี้บอกอะไรกับเรา? บอกว่า Social Media ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสื่อสารอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้
ลักษณะสำคัญของ Social Media
Social Media หรือ โซเชียลมีเดีย คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทำให้ผู้คนสามารถแชร์ข้อมูล ติดตามข่าวสาร และสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องพบหน้า ทำให้การติดต่อกันเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วกว่าเดิมหลายเท่า
1. เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่
เป็นช่องทางที่ผู้คนใช้ติดต่อกันบนโลกออนไลน์ในรูปแบบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแชท การสนทนาผ่านวิดีโอ หรือการแสดงความคิดเห็น
2. แชร์ได้หลายรูปแบบ
ผู้ใช้งานสามารถแบ่งปันเนื้อหาได้หลากหลาย ทั้งข้อความ รูปภาพ วิดีโอ รวมถึงการไลฟ์สด ทำให้การสื่อสารมีความยืดหยุ่นและสร้างสรรค์
3. เชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลา
สามารถเข้าถึงได้ง่ายด้วยอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่และระยะทาง
4. สร้างสังคมออนไลน์
สิ่งที่ทำให้เรียกว่า "Social" เพราะแพลตฟอร์มเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ให้ผู้คนจำนวนมากเข้ามาเชื่อมต่อกัน เกิดเป็นสังคมออนไลน์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานอย่างหลากหลาย
ตัวอย่างง่ายๆ: ลองนึกภาพว่าคุณโพสต์รูปท่องเที่ยวบน Instagram เพื่อนๆ สามารถกดไลก์ แสดงความคิดเห็น หรือแชร์ได้ทันที—นี่คือหัวใจของ Social Media ที่ทำให้ทุกคนเป็นทั้งผู้สร้างและผู้รับสารในเวลาเดียวกัน
ประเภทของ Social Media
Social Media ในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ เราสามารถแบ่งตามฟังก์ชันการใช้งานหลักได้ 5-6 ประเภท แต่ละประเภทมีจุดเด่นและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป
1. Social Networking Sites (เครือข่ายสังคม)
เป็นโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือการติดตามบุคคลหรือกลุ่มที่มีความสนใจคล้ายกัน เน้นการสร้างเครือข่ายและปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งาน
ตัวอย่าง: Facebook, LinkedIn
เหมาะกับ: การสร้างความสัมพันธ์ แบ่งปันข้อมูลส่วนตัว หรือสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ
2. Media Networks (แชร์สื่อ)
เป็นโซเชียลมีเดียที่เน้นการแชร์คอนเทนต์ประเภทมีเดีย เช่น รูปภาพหรือวิดีโอ ผู้ใช้งานสามารถติดตามผู้สร้างคอนเทนต์ที่ชื่นชอบได้
ตัวอย่าง: Instagram, YouTube, Vimeo
เหมาะกับ: การนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ แบ่งปันภาพและวิดีโอที่สวยงาม
3. Microblogging (ไมโครบล็อก)
เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการแชร์ข้อความสั้นๆ และอัปเดตสถานะแบบเรียลไทม์ เนื้อหาที่แชร์ค่อนข้างฟรีสไตล์ บางครั้งมีภาพหรือวิดีโอแทรกเข้ามาด้วย
ตัวอย่าง: X (Twitter), Tumblr
เหมาะกับ: การติดตามข่าวสาร อัปเดตเหตุการณ์ปัจจุบัน และแสดงความคิดเห็นอย่างรวดเร็ว
4. Content Sharing Sites (แชร์วิดีโอสั้น)
เป็นโซเชียลมีเดียที่มีจุดเด่นเรื่องการแชร์วิดีโอสั้นๆ ที่สามารถเข้าถึงได้แบบเรียลไทม์ เน้นความสนุกสนาน ความสร้างสรรค์ และความเป็นธรรมชาติ
ตัวอย่าง: TikTok
เหมาะกับ: การสร้างคอนเทนต์ไวรัล แสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านวิดีโอสั้น
5. Discussion Forums (ฟอรัมสนทนา)
เป็นโซเชียลมีเดียที่เน้นการตั้งคำถามและพูดคุย หรือแลกเปลี่ยนทัศนคติเป็นหลัก ไม่เน้นการติดตามเหมือนประเภทอื่น มีการแบ่งห้องหรือชุมชนตามหัวข้อที่สนใจเฉพาะ
ตัวอย่าง: Pantip, Reddit, Quora
เหมาะกับ: การหาคำตอบ แลกเปลี่ยนความรู้ และสนทนาในหัวข้อที่สนใจ
6. Review Platforms (รีวิว)
เป็นโซเชียลมีเดียที่เน้นการรีวิวเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นรีวิวโรงแรม อาหาร สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจ
ตัวอย่าง: TripAdvisor, Google Business Profile, Wongnai
เหมาะกับ: การหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการ
แพลตฟอร์ม Social Media ยอดนิยมของคนไทย
ข้อมูลปี 2025 แสดงให้เห็นว่าคนไทยมีการใช้งานโซเชียลมีเดียหลากหลายแพลตฟอร์ม แต่ละช่องทางมีจุดเด่นและกลุ่มผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน มาดูกันว่าแพลตฟอร์มไหนเหมาะกับคุณ
เป็นช่องทางโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานหลายล้านบัญชี สามารถใช้ประโยชน์ทั้งการสร้างแบรนด์ การดูแลชุมชน และการให้บริการลูกค้า
จุดเด่น:
สามารถเปิดเพจแบรนด์ เปิด Facebook Group เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ และเชื่อมต่อกับ Messenger สำหรับแชทกับลูกค้า
เหมาะกับการสร้างเครือข่ายกว้าง ทำการตลาด และให้บริการหลังการขาย
จุดเด่น:
ช่วยให้ผู้คนรู้จักตัวตนของกันและกันผ่านรูปภาพ วิดีโอ และข้อความสั้นๆ มีจุดเด่นในเรื่องความรวดเร็ว
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเน้นขายความสวยงาม เช่น แบรนด์แฟชั่น ของใช้ในบ้าน หรือธุรกิจสปา
✖️ X (Twitter)
เป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านบัญชี เน้นการเขียนเนื้อหาสั้นๆ กระชับ
จุดเด่น:
จุดเด่นคือการเล่นกับเทรนด์และการใช้ Hashtag อย่างจริงจัง แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จาก Hashtag ที่กำลังเป็นเทรนด์เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก
เหมาะกับการติดตามข่าวสารและสร้างการสนทนาเรื่องปัจจุบัน
🎵 TikTok
มีจุดเด่นในเรื่องการแชร์วิดีโอสั้นๆ มีความง่ายและสามารถเข้าถึงได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดดในเวลาสั้น
จุดเด่น:
เป็นช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มคนได้จำนวนมากและมียอดการมีส่วนร่วมค่อนข้างสูง สามารถสร้างแคมเปญผ่านฟิลเตอร์ การไลฟ์สตรีม และการติดตะกร้าสินค้า
เหมาะกับการสร้างคอนเทนต์ไวรัลและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น-วัยทำงาน
▶️ YouTube
เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับแลกเปลี่ยนภาพวิดีโอระหว่างผู้ใช้งาน สามารถโพสต์ได้ทั้งวิดีโอสั้นและวิดีโอยาว
จุดเด่น:
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้างฐานผู้ติดตาม สร้างความน่าเชื่อถือ ผ่านการนำเสนอความรู้และวิดีโอคุณภาพ
มีฟีเจอร์หลากหลาย เช่น YouTube Shorts, ไลฟ์สตรีม, ระบบสมาชิก
💬 Pantip
เป็นเว็บไซต์ฟอรัมสนทนาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ให้ผู้คนตั้งกระทู้เพื่อถามคำถาม แบ่งปันประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนความรู้
จุดเด่น:
เป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยมักใช้ในการหารีวิวจากผู้ใช้จริง แบรนด์สามารถฟังเสียงรีวิวจากลูกค้าหรือใช้เทคนิค Influence Marketing
เหมาะกับการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านรีวิวออร์แกนิก
ข้อดีของ Social Media
1. สะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย
ไม่ว่าจะค้นหาข้อมูลหรือติดต่อสื่อสารกับเพื่อน สามารถทำได้ง่ายโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือเดินทางไปไหนให้เสียเวลา เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตก็เชื่อมต่อกับทุกคนได้ทันที
2. ช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่
องค์กรต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับ Social Media มากขึ้น เพื่อใช้เป็นช่องทางการตลาดใหม่ในการขายสินค้าหรือบริการ รวมถึงสร้างตัวตนให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก
3. สร้างรายได้
การซื้อ-ขายของออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และสื่อโซเชียลเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังสามารถรับงานต่างๆ ได้ง่าย เช่น เขียนบทความ รับวาดภาพ หรือเป็น Influencer สร้างรายได้จากคอนเทนต์
4. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้าง
แบรนด์สามารถนำเสนอสินค้าและบริการไปยังกลุ่มเป้าหมายที่สนใจ ช่วยให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้จักแบรนด์มากขึ้นและขยายฐานลูกค้าออกไปในวงกว้าง
ข้อเสียของ Social Media
1. เสี่ยงโดนหลอก/สแกม
เป็นประเด็นที่พบเห็นบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการหลอกขายสินค้า หลอกลวงไปทำในสิ่งไม่ดี เนื่องจากไม่ใช่การพูดคุยกันต่อหน้า และไม่รู้นิสัยใจคอที่แท้จริงของกันและกัน
2. การละเมิดลิขสิทธิ์ง่าย
ไม่ว่าคุณจะโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอ โดยที่ไม่มีลายเซ็นหรือจุดเด่นที่ทำให้รู้ว่าเป็นผลงานของคุณ ก็จะทำให้โดนขโมยไปได้แบบไม่รู้ตัว เช่น การเอาไปตัดต่อเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
3. ข้อมูลส่วนตัวอาจรั่วไหล
การสมัครสมาชิกแต่ละครั้งต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวมากมาย ซึ่งในส่วนนี้อาจถูกนำไปเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้างได้ง่าย ควรระมัดระวังในการแชร์ข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์
4. ต้องลงทุนเวลาและงบประมาณในการบริหาร
หากไม่เชี่ยวชาญหรือไม่ได้ศึกษาการทำการตลาดออนไลน์มาก่อน อาจจะเสียเงินจำนวนมากในการยิงโฆษณา หรือต้องตั้งทีมงานการตลาดที่มีค่าใช้จ่ายสูง
เคล็ดลับการใช้ Social Media ให้มีประสิทธิภาพ (Tips)
รู้หรือไม่? การใช้ Social Media ให้ได้ผลดีนั้นไม่ใช่แค่โพสต์เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ต้องมีกลยุทธ์! มาดู 6 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณใช้โซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. อัปเดตคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ
ควรมีการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลงรูปภาพสินค้า ลงรีวิวของลูกค้า รวมไปถึงบทความให้ความรู้ที่เกี่ยวข้อง การโพสต์สม่ำเสมอช่วยรักษาการมีส่วนร่วมและทำให้แบรนด์อยู่ในความทรงจำของผู้ติดตาม
2. เลือกใช้แพลตฟอร์มอย่างเหมาะสม
การมีโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์มมากเกินไปไม่ใช่สิ่งดี ควรเลือกที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับแบรนด์เท่านั้น คุณสามารถใช้เครื่องมือ Social Listening เพื่อรวบรวมข้อมูลและดูว่าแพลตฟอร์มใดมียอดการมีส่วนร่วมมากที่สุด
3. โพสต์ในเวลาที่กลุ่มเป้าหมายออนไลน์
นอกจากการเลือกใช้แพลตฟอร์มให้เหมาะสมแล้ว ยังควรโพสต์คอนเทนต์ให้ถูกเวลาด้วย ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อหาช่วงเวลาที่ผู้ติดตามของคุณออนไลน์มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ถูกเห็นและมีการมีส่วนร่วมสูง
4. โต้ตอบกับผู้ติดตาม (Engagement)
โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรงและรวดเร็ว การตอบคำถาม ตอบคอมเมนต์ หรือสร้างการสนทนากับผู้ติดตามจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเพิ่มความภักดีต่อแบรนด์
5. ใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล
แบรนด์สามารถติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เช่น การมีส่วนร่วม การเข้าถึง และผลตอบแทนจากการลงทุน เพื่อปรับกลยุทธ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการตลาด เครื่องมืออย่าง Analytics ในแต่ละแพลตฟอร์มจะช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น
6. ทดลองและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การวิจัยการตลาดเพื่อตรวจสอบผลลัพธ์การทำ Social Media Marketing ที่ผ่านมา และนำไปพัฒนากลยุทธ์และสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป อย่ากลัวที่จะทดลองรูปแบบคอนเทนต์ใหม่ๆ และเรียนรู้จากผลตอบรับเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
สรุป
Social Media คือแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้คนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสื่อสาร การซื้อของออนไลน์ หรือการทำธุรกิจ ด้วยตัวเลขผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในไทยที่สูงถึง 51 ล้านคน หรือ 71% ของประชากร แสดงให้เห็นว่า Social Media ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นส่วนสำคัญของชีวิตในยุคดิจิทัล


