top of page

คลินิกไม่อยากบอก! เทคนิคจับผิดรูป Before-After แบบแพทย์ต่างประเทศ ดูยังไงไม่ให้โดนหลอก

  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
คลินิกไม่อยากบอก! เทคนิคจับผิดรูป Before-After แบบแพทย์ต่างประเทศ ดูยังไงไม่ให้โดนหลอก

Key Takeaway :

  • รูปที่เห็นอาจไม่ใช่อย่างที่คิด: งานวิจัยบอกเลยว่ารูป Before-After ในโซเชียลถึง 97% โดนแต่งมาแล้ว คลินิกมักจะแอบปรับแสง หามุมกล้อง สั่งให้คนไข้ยิ้ม หรือใช้แอปแต่งผิวเนียน เพื่อให้ผลลัพธ์ดูดีกว่าความเป็นจริง


  • วิธีจับผิดรูปแต่งแบบง่ายๆ: ลองซูมดูเงาสะท้อนในตาดำว่ามีการจัดไฟหลอกไหม ดูว่าผิวเนียนกริบไร้รูขุมขนจนดูปลอมหรือเปล่า และรูปก่อน-หลังต้องถ่ายในระยะกล้องและมุมหน้าเดียวกันเป๊ะๆ


  • โพสต์ที่ถูกกฎหมายต้องมีเลข ฆส.: คลินิกจะเอารูปมารีวิวเองตามใจชอบไม่ได้ ทุกรูปต้องให้รัฐตรวจก่อน และต้องโชว์ "เลขที่ใบอนุญาตโฆษณา (ฆส.)" ให้เห็นชัดเจนเสมอ ถ้าเพจไหนไม่มี โอกาสเป็นโฆษณาเถื่อนสูงมาก


  • เช็กชื่อแพทย์กับคลินิกก่อนจ่ายเงิน: ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมใดๆ ให้เอาชื่อ-นามสกุลแพทย์ไปเสิร์ชในเว็บแพทยสภา (tmc.or.th/check_md) ว่าจบเฉพาะทางมาจริงไหม และหน้าคลินิกต้องมีป้ายโชว์เลขใบอนุญาต 11 หลักให้เราเห็น


  • โดนหลอกก็ขอเงินคืนได้: ถ้าเจอโฆษณาไม่ตรงปก โดนเซลส์ตื๊อบีบให้ซื้อคอร์ส หรือผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามตกลง เรามีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะยกเลิกและขอเงินคืน โดยโทรไปร้องเรียนที่ สคบ. (1166) หรือ สบส. (1426) ได้เลย


ทำไมภาพ Before-After ถึงเชื่อได้ไม่เต็มร้อย

เราจะเชื่อรูปรีวิวจากแค่ตาเห็นไม่ได้ บทความจากเว็บไซต์ Psychology Today บอกว่า คลินิกมักจะแต่งรูปหรือจัดฉากให้ผลลัพธ์ดูดีเกินจริง เรื่องนี้ตรงกับงานวิจัยในปี 2021 ที่ไปสำรวจรูป Before-After ในอินสตาแกรม แล้วพบว่า 97% ของโพสต์ดังๆ มีการจัดฉากหลอกตา ให้ตอน "หลังทำ" ดูดีขึ้น

วิธีจัดฉากที่คลินิกใช้บ่อยที่สุด คือ:


  • เปลี่ยนมุมของแสง

  • เปลี่ยนสีหน้า (เช่น ให้ยิ้มอ่อนๆ เพื่อให้แก้มดูยกขึ้น)

  • ปรับมุมการเอียงหน้า

  • แต่งหน้าและทำผมใหม่ในรูป "หลังทำ"


เพจหรือคลินิกที่ใช้เทคนิคแต่งรูปหลอกตาแบบนี้ มักจะได้ยอดไลก์และคนติดตามเยอะกว่าปกติ เลยยิ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คลินิกผลิตรูปโฆษณาเวอร์ๆ ออกมาเรื่อยๆ


ทำไมสมองเราถึงโดนรูป "ก่อน-หลัง" หลอกเอาง่ายๆ

คนเรามักจะติดนิสัย "เห็นปุ๊บเชื่อปั๊บ" เพราะรูปเปรียบเทียบแบบ 2 รูปคู่กันมันดูเข้าใจง่าย ความรู้สึกในใจคนที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบชัดเจน


โดยธรรมชาติแล้ว สมองของเราไม่ได้ถูกสร้างมาให้คอยจับผิดเรื่องยากๆ อย่างเช่น มุมแสง สัดส่วนภาพ หรือเงาตกกระทบ พอเราเห็นภาพรวมแล้วรู้สึกประทับใจ สมองก็จะมองข้ามจุดจับผิดไปเลย ภาพพวกนี้จะเล่นกับอารมณ์ของเราโดยตรง ทำให้เราเผลอเชื่อจนลืมดูความเป็นจริงของโครงสร้างร่างกาย ผลก็คือ หลายคนตั้งความหวังกับผลลัพธ์ที่ดูดีเกินจริง ซึ่งการทำโปรแกรมต่างๆ ไม่สามารถทำได้จริงถึงขนาดนั้น


8 กลเม็ดที่คลินิกชอบใช้ แต่งรูป Before-After ให้ดูหลอกตา

1. เปลี่ยนมุมแสง: ตัวการหลักที่หลอกตาง่ายที่สุด

รูป "ก่อนทำ" คลินิกมักจะจัดไฟแข็งๆ ส่องมาจากทางเดียว เพื่อตั้งใจให้เกิดเงาตกกระทบ ซึ่งจะไปเน้นให้เห็นริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และร่องลึกบนหน้าแบบชัดเจนเกินจริง พอรูป "หลังทำ" ก็เปลี่ยนไปใช้ไฟสตูดิโอสว่างๆ ส่องกระจายหลายจุด เพื่อลบเงาบนหน้า ทำให้ผิวดูเนียน สว่างใสขึ้นมาได้เลยโดยที่ยังไม่ได้เริ่มทำโปรแกรมอะไรด้วยซ้ำ


2. แอบเปลี่ยนมุมกล้องและระยะถ่าย

การขยับกล้องเข้าออกหรือเอียงหน้าแค่นิดเดียว ก็ทำให้หน้าคนเราดูเปลี่ยนไปแล้ว รูปรีวิวส่วนใหญ่มักจะให้คนไข้ออกแรงบิดหน้า หรือก้มหน้านิดๆ เงยหน้าหน่อยๆ ในรูป "หลังทำ" เพื่อหลอกตาให้ดูเหมือนกรามเล็กลง จมูกดูโด่งขึ้น หรือโหนกแก้มดูยุบลง ทั้งที่จริงๆ แล้วโครงหน้าและไขมันยังอยู่เท่าเดิม


3. สั่งให้ทำหน้าบึ้ง แล้วค่อยยิ้ม

รูป "ก่อนทำ" มักจะบอกให้คนไข้ทำหน้านิ่งๆ เกร็งๆ หรือหน้าบึ้งเพื่อให้ดูโทรม แต่รูป "หลังทำ" จะบอกให้ยิ้มอ่อนๆ การยิ้มจะทำให้กล้ามเนื้อดึงแก้มให้ดูยกขึ้นและช่วยพรางความลึกของร่องมุมปากได้ ซึ่งนี่เป็นผลมาจากการขยับหน้า ไม่ใช่ผลลัพธ์จากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือการดึงหน้า


4. แต่งหน้า ทำผม เปลี่ยนชุดใหม่

การปรับลุคช่วยหลอกความรู้สึกคนดูได้เยอะมาก รูป "หลังทำ" มักจะมีการแต่งหน้ากลบรอยแดง ทำผมเปิดกรอบหน้าให้ดูสว่างขึ้น หรือแม้แต่การเปลี่ยนเสื้อผ้าใส่เครื่องประดับสวยๆ เพื่อช่วยบิ้วให้ภาพรวมดูเด็กลงและดูดีขึ้น


5. คัดมาโชว์เฉพาะเคสที่เห็นผลชัดๆ

รูปโฆษณาตามเพจคลินิก มักจะเลือกเอาเฉพาะเคสส่วนน้อยที่ทำโปรแกรมแล้วเห็นผลดีมากๆ มาโชว์ ซึ่งรูปพวกนี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่ไปทำจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกันหมด ทำให้หลายคนคาดหวังว่าจะต้องออกมาหน้าเรียวเป๊ะแบบในรูป


6. ใช้แอปแต่งรูปและใส่ฟิลเตอร์

แน่นอนว่าต้องมีการใช้แอปแต่งรูป รีทัช หรือใส่ฟิลเตอร์ผิวเนียน เพื่อลบรูขุมขน ลบรอยสิว และปรับสีผิวให้เนียนกริบ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้มันดูเพอร์เฟกต์เกินกว่าผิวจริงๆ ของคนเราจะเป็นได้


7. ถ่ายมุมกดแบบเซลฟี่ ให้หน้าดูเรียว

เวลาใช้กล้องหน้าถ่ายรูปมุมกดแล้วก้มหน้านิดหน่อย จะช่วยหลอกตาให้หน้าผากดูกว้างขึ้นและคางดูเล็กลงแหลมขึ้น (ทรง V-shape) ทำให้กรอบหน้าดูเล็กลงแบบเนียนๆ จนคนดูเข้าใจผิดคิดว่าไปทำโปรแกรมลดขนาดกรามมาแล้วเห็นผลดีเยี่ยม


8. ใช้กล้องคนละเกรดถ่ายภาพ

รูป "ก่อนทำ" คลินิกอาจจะตั้งใจใช้มือถือถ่ายในที่มืดๆ ให้ภาพแตก มัว และดูหม่นหมอง แต่พอเป็นรูป "หลังทำ" กลับใช้กล้องโปรราคาแพง เลนส์ดีๆ ถ่าย ทำให้ภาพดูสวย คมชัด สีสันสดใส และดูมีมิติมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด


วิธีจับโป๊ะรูป Before-After ด้วยตาเปล่า (เทคนิคจากเมืองนอก)

วิธีจับโป๊ะรูป Before-After ด้วยตาเปล่า (เทคนิคจากเมืองนอก)

1. ซูมดูเงาสะท้อนในดวงตา เทคนิคนี้แพทย์ต่างประเทศแนะนำเลย ให้ลองซูมดูจุดแสงสะท้อนในตาดำ ถ้าเห็นจุดแสงสะท้อนแค่จุดเดียว แปลว่ารูปนั้นจงใจใช้ไฟดวงเดียวส่องเพื่อให้เกิดเงาหลอกตา แต่ถ้ารูปนั้นถ่ายเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์จริงๆ จะต้องเห็นจุดแสงสะท้อนอย่างน้อย 2 จุด ซึ่งแปลว่าใช้ไฟสตูดิโอส่องให้สว่างเท่ากันทั้งหน้า ไม่ทำให้หน้าเกิดเงาหลอกตา


2. สังเกตผิวจริง รูขุมขน และริ้วรอย รูป หลังทำ ที่แต่งผ่านแอปมาเยอะๆ ผิวจะดูเนียนกริบ ไร้รูขุมขนเหมือนกระเบื้องเคลือบ รอยสิว แผลเล็กๆ หรือเส้นเลือดฝอยหายเกลี้ยง ถ้ารูปดูเนียนจนผิดมนุษย์ ให้รู้ไว้เลยว่าใช้แอปแต่งรูปชัวร์ๆ ไม่ใช่ผลลัพธ์จากการทำโปรแกรมจริงๆ แน่นอน


3. เทียบมุมกล้อง ระยะห่าง และท่าทางว่าเป๊ะไหม รูปรีวิวที่เชื่อถือได้ ทั้งสองรูปต้องควบคุมตัวแปรให้เหมือนกันเป๊ะ พื้นหลังต้องเป็นจุดเดียวกัน ระยะห่างระหว่างกล้องกับหน้าต้องเท่ากัน หน้าตรงก็ต้องตรงเหมือนกัน ถ้ารูป หลังทำ แอบถอยหลังออกไปนิดนึงเพื่อให้หน้าดูเล็กลง หรือเปลี่ยนระยะซูมของกล้อง ก็ถือว่าผิดหลักการเปรียบเทียบแล้ว


4. ขอดูเคสที่หน้าคล้ายๆ เรา ไม่ใช่ดูแค่เคสที่ทำแล้วสวยสุด คลินิกมักจะเลือกโปรโมตเฉพาะเคสที่ตอบสนองต่อโปรแกรมได้ดีเยี่ยมและเห็นผลลัพธ์แบบสุดปัง เพื่อไม่ให้เราตั้งความหวังผิดๆ แนะนำให้ขอดูรูปรีวิวของคนที่มีปัญหาตอนเริ่มต้นใกล้เคียงกับเรา หรือขอดูรูปมุมอื่นๆ เพิ่ม (เช่น มุมข้าง มุมเฉียง) เพื่อประเมินว่าเราทำแล้วผลลัพธ์น่าจะออกมาประมาณไหน


กฎหมายไทยคุมเข้มรูป Before-After คลินิกแค่ไหน?

กฎหมายไทยคุมเข้มรูป Before-After คลินิกแค่ไหน?

คลินิกโพสต์รูปลงโซเชียลเองตามใจชอบไม่ได้ ตามกฎหมายแล้ว คลินิกความงามไม่มีสิทธิ์โพสต์รูป Before-After หรือคำโฆษณาลงโซเชียลได้เองตามใจชอบนะ ทุกโพสต์จะต้องส่งให้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หรือ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ตรวจและอนุมัติก่อน ถ้าคลินิกไหนฝ่าฝืนแอบโพสต์เอง จะมีโทษปรับและโดนปรับรายวันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะลบโพสต์


คำโฆษณาเวอร์ๆ และรูปแต่ง ถือว่าผิดกฎหมาย สบส. มีกฎห้ามใช้คำโฆษณาที่ดูโอ้อวดเกินจริงเด็ดขาด เช่น คำว่า "ดีที่สุด", "อันดับ 1", "รับรองผล 100%", "หายขาด" นอกจากนี้ ยังห้ามใช้รูป Before-After ที่ผ่านการใช้แอปแต่งรูป ปรับแสง หรือจัดฉากให้ผลลัพธ์ดูเกินจริงอีกด้วย


วิธีเช็กง่ายๆ ว่าคลินิกนี้โฆษณาถูกต้องไหม ทุกโพสต์รีวิวหรือโปรโมชันที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี "เลขที่ใบอนุญาตโฆษณา" โชว์ไว้ตรงมุมรูปหรือในแคปชันแบบชัดเจน ถ้าเลื่อนดูเพจคลินิกแล้วไม่เจอเลขนี้ หรือทักไปถามแล้วแอดมินตอบเลี่ยงๆ ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าโฆษณานั้นไม่ได้ขออนุญาต และมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโฆษณาที่ผิดกฎหมาย


วิธีเช็กแบบอื่นๆ

เช็กให้ชัวร์ แพทย์จบเฉพาะทางจริงไหมที่เว็บแพทยสภา

การที่แพทย์อ้างว่าเก่งด้านนู้นด้านนี้ถือว่าผิดจรรยาบรรณแถมเป็นการหลอกลวง เราสามารถเอาชื่อ-นามสกุลของแพทย์ที่จะทำโปรแกรมให้เรา ไปเสิร์ชเช็กด้วยตัวเองได้เลยที่เว็บแพทยสภา (tmc.or.th/check_md) ระบบจะบอกให้รู้เลยว่าแพทย์คนนี้มีใบอนุญาตจริงไหม และเรียนจบเฉพาะทางในด้านที่คลินิกโปรโมทไว้จริงๆ หรือเปล่า


ดูเงื่อนไขรับประกัน และการนัดดูอาการหลังทำ

คลินิกที่มีความรับผิดชอบต่อคนไข้ จะต้องมีการนัดคิวมาดูอาการหลังทำอย่างชัดเจน และต้องมีใบรับประกันผลลัพธ์เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรให้เราด้วย (เช่น ถ้ารับประกันโปรแกรมฉีดโบท็อกซ์แล้วผลไม่เป็นไปตามตกลง จะดูแลต่อให้ฟรีในช่วงเวลาที่กำหนด) ทุกอย่างต้องมีเอกสารยืนยันนะ ไม่ใช่แค่เซลส์รับปากลอยๆ แล้วจบ


ระวังมุกตื๊อขายคอร์ส (ยัดเยียด กดดัน ให้รีบโอน) การขายแบบตื๊อหนักๆ

ก็บอกนิสัยของคลินิกได้เหมือนกัน ให้ระวังคลินิกที่ชอบส่งคนมาดักหน้าประตูเพื่อลากเราเข้าบูธ หรือชอบใช้มุก "โปรโมชันนี้หมดเวลาแล้วนะ" แบบบีบให้เราต้องรีบโอนจองภายใน 10 นาที เพื่อกดดันให้เราตกใจและยอมจ่ายเงินไปโดยไม่มีเวลาให้คิดหรือเช็กข้อมูลให้ดีก่อน


โดนหลอกไปแล้ว ทำยังไง ร้องเรียนที่ไหนได้บ้าง?

ร้องเรียน สคบ. ถ้าเจอโฆษณาไม่ตรงปก คลินิกเบี้ยวสัญญา เราสามารถโทรแจ้ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ที่สายด่วน 1166 หรือจะแจ้งผ่านแอป OCPB Connect และแอป "ทางรัฐ" ก็ได้ วิธีนี้จะเชื่อมข้อมูลทะเบียนราษฎร์ของเรา ทำให้ยื่นเรื่องได้เป็นทางการและตามเรื่องได้ง่ายขึ้น


ร้องเรียน สบส. และ แพทยสภา ถ้าเจอปัญหาคลินิกเถื่อน หรือคลินิกดำเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ ให้โทรแจ้ง กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ที่สายด่วน 1426


คำถามที่คนถามบ่อย (FAQ)

รูป Before-After ของทุกคลินิกโกงหมดเลยไหม?

ไม่เสมอไป คลินิกที่มีความจริงใจและโปร่งใส เขาจะมีข้อกำหนดการถ่ายรูปที่ชัดเจน โดยจะถ่ายเทียบให้ดู 3 มุมหลักๆ (หน้าตรง, เอียง 45 องศา, และหันข้าง 90 องศา) ใช้ไฟเซ็ตเดิม ระยะซูมกล้องเท่าเดิม และไม่ใช้แอปแต่งรูปเลย เพื่อให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เกิดขึ้นจริงๆ

ต้องเผื่อใจไว้บ้าง สิ่งแรกที่ต้องสังเกตเลยคือ โพสต์นั้นโดนจ้างมารีวิว (Sponsored) หรือเปล่า รีวิวที่ไว้ใจได้จริงๆ ควรจะบอกตรงๆ ว่าคลินิกสปอนเซอร์ให้ และต้องเล่าให้ครบทุกมุม ทั้งข้อดี อาการเจ็บ ข้อควรระวัง รวมถึงอาการหลังทำ ไม่ใช่เอาแต่อวยสรรพคุณว่าดีเลิศไปซะทุกอย่างโดยไม่บอกข้อเสียเลย

อย่าเพิ่งเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ ต่อให้เขาพิมพ์ยืนยันเอาไว้ เราก็ควรเช็กด้วยตาตัวเองอีกรอบ แนะนำให้เอา "วิธีจับโป๊ะรูป" ที่บอกไปข้างบน (เช่น ซูมดูเงาสะท้อนในดวงตา ดูรูขุมขนบนผิว หรือสังเกตเงาบนหน้า) มาลองเช็กดูซ้ำอีกที จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อคำโฆษณา


 
 
IMG_3628.JPG

ME POWER Digital Agency

สร้างปรากฏการณ์ให้กับคลินิกของคุณ! ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลสุดล้ำ

Logo  Line
bottom of page