top of page

Digital Marketing 101 : คู่มือฉบับสมบูรณ์ต้อนรับโลกยุค 2026

  • รูปภาพนักเขียน: Admin MMT
    Admin MMT
  • 5 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 3 นาที
Digital Marketing 101 : คู่มือฉบับสมบูรณ์ต้อนรับโลกยุค 2026

ในโลกปัจจุบัน การใช้ชีวิตของผู้คนเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์ดิจิทัลอย่างแยกไม่ออก มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกมากกว่า 5.56 พันล้านคน ในขณะที่ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากร การเข้าถึงโลกออนไลน์ที่กว้างขวางนี้ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง


พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "Customer Journey" ไม่ได้เป็นเส้นตรงอีกต่อไป ก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้บริโภคยุคใหม่จะเริ่มจาก:

  1. Search: ค้นหาข้อมูลบน Google หรือถาม AI

  2. Compare: เปรียบเทียบราคา และอ่านรีวิว

  3. Validate: ดูบรรยากาศจริงบน Social Media

  4. Buy: สั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที


ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด: ลองนึกถึงร้านกาแฟ เมื่อ 10 ปีก่อน ป้ายหน้าร้านสวยๆ อาจเพียงพอ แต่ลูกค้าปี 2026 จะเปิด Google Maps หาร้านใกล้ตัว ดูดาวรีวิว ดูรูปเมนูบน Instagram หรือ TikTok และทัก LINE OA ไปถามว่า "ร้านเปิดไหม" ก่อนจะก้าวเท้าออกจากบ้าน ถ้าร้านของคุณไม่มี "ตัวตน" บนโลกเหล่านี้ เท่ากับคุณปิดประตูใส่ลูกค้ากลุ่มใหญ่ทันที



Digital Marketing คืออะไร 

Digital Marketing คือ การทำการตลาดโดยใช้เครื่องมือดิจิทัล และเทคโนโลยีเป็นสื่อกลางเพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นผ่านสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ Smart TV โดยมีจุดเด่นคือการสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication) และวัดผลได้แม่นยำ


เคลียร์ให้ชัด: ความแตกต่างของ 3 คำฮิต

  1. Traditional Marketing (การตลาดดั้งเดิม): สื่อออฟไลน์ 100% เช่น ป้าย Billboard, โฆษณาทีวี, วิทยุ, แจกใบปลิว เน้นการหว่านแห (Mass) วัดผลยาก

  2. Digital Marketing (การตลาดดิจิทัล): ร่มคันใหญ่ที่ครอบคลุมทุกอย่างที่เป็นดิจิทัล ทั้งที่ต้องต่อเน็ต (Online) และไม่ต้องต่อเน็ต เช่น ป้ายดิจิทัลในห้าง (Digital Billboard) หรือ SMS

  3. Online Marketing (การตลาดออนไลน์): สับเซตของ Digital Marketing ที่ "ต้องใช้อินเทอร์เน็ต" เท่านั้น เช่น Facebook Ads, SEO, SEM, Email Marketing



ประเภทของ Digital Marketing - 10 ช่องทางหลัก

ประเภทของ Digital Marketing - 10 ช่องทางหลัก

Search Engine Optimization (SEO)

SEO คืออะไร?

SEO หรือการทำ Search Engine Optimization คือ กระบวนการปรับปรุงเว็บไซต์ให้ได้อันดับที่ดีบนหน้าผลการค้นหาของ Google, Bing หรือ Yahoo โดยไม่ต้องจ่ายเงินโฆษณา เป้าหมายหลักคือทำให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏในตำแหน่งต้นๆ เมื่อมีคนค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ


ทำไม SEO ถึงสำคัญ?

เพราะคนส่วนใหญ่มักจะคลิกเข้าเว็บไซต์ที่อยู่ในหน้าแรกของผลการค้นหา โดยเฉพาะหน้าแรกถ้าเว็บคุณอยู่ในหน้า 2 หรือต่ำกว่า โอกาสที่จะมีคนเข้าเว็บก็จะน้อยลงอย่างมาก


Search Engine Marketing (SEM) / Pay-Per-Click (PPC)

SEM คืออะไร?

SEM หรือ Search Engine Marketing คือ การซื้อโฆษณาบนเครื่องมือค้นหาอย่าง Google Ads หรือ Bing Ads เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏในตำแหน่งที่โดดเด่นบนหน้าผลการค้นหาทันที ต่างจาก SEO ที่ต้องรอให้อันดับขึ้นเองตามธรรมชาติ SEM ให้คุณจ่ายเงินเพื่อแสดงโฆษณาในตำแหน่งพิเศษได้ทันที

รูปแบบการเก็บค่าใช้จ่ายที่นิยมที่สุดคือ PPC (Pay-Per-Click) หรือจ่ายต่อคลิก ซึ่งหมายความว่าคุณจะจ่ายเงินก็ต่อเมื่อมีคนคลิกเข้าโฆษณาของคุณเท่านั้น ถ้าโฆษณาแสดงแล้วไม่มีคนคลิก คุณก็ไม่ต้องเสียเงิน


Content Marketing คืออะไร?

Content Marketing คือ กลยุทธ์การตลาดที่เน้นการสร้าง และแจกจ่ายเนื้อหาที่มีประโยชน์ ให้ความรู้ หรือความบันเทิงแก่กลุ่มเป้าหมาย แทนที่จะขายของตรงๆ เป้าหมายคือสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า สร้างความเชื่อถือ และทำให้แบรนด์ของคุณเป็นที่จดจำในใจพวกเขา


รูปแบบเนื้อหาที่หลากหลาย

Content Marketing มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น บทความบล็อกที่ให้ความรู้เชิงลึก, E-book ที่รวบรวมข้อมูลครบถ้วน, Infographic ที่นำเสนอข้อมูลด้วยภาพสวยงาม, Podcast สำหรับคนชอบฟัง และ Case Study ที่แสดงผลงานจริง


ตัวอย่าง

สมมติแบรนด์อาหารเสริมสร้างกล้ามเนื้อทำคลิป YouTube หัวข้อ "5 อาหารที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อได้เร็ว" คนที่สนใจฟิตเนสจะเข้ามาดูคลิปนี้ เกิดการรู้จักแบรนด์ เมื่อเนื้อหามีประโยชน์จริงก็จะเกิดความเชื่อถือ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องการซื้ออาหารเสริม พวกเขาก็มักจะนึกถึงแบรนด์ของคุณเป็นอันดับแรก นี่คือเส้นทางจาก "รู้จัก → เชื่อถือ → ซื้อสินค้า" ที่ Content Marketing สร้างขึ้นได้


Social Media Marketing คืออะไร?

Social Media Marketing คือ การใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า สร้างการรับรู้แบรนด์ และกระตุ้นยอดขาย โดยแต่ละแพลตฟอร์มจะมีกลุ่มผู้ใช้งาน และลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน

แพลตฟอร์มยอดนิยม

  • Facebook - ยังคงเป็นแพลตฟอร์มใหญ่ในไทย เหมาะกับทุกธุรกิจ

  • Instagram - โฟกัสรูปภาพสวยงาม เหมาะกับแฟชั่น อาหาร ไลฟ์สไตล์

  • TikTok - วิดีโอสั้นสนุกสนาน เข้าถึงคนรุ่นใหม่

  • LINE - ใช้สื่อสารกับลูกค้าแบบส่วนตัว มี LINE OA สำหรับธุรกิจ

  • YouTube - วิดีโอยาวเนื้อหาเชิงลึก

  • Twitter/X - ข่าวสาร และการสนทนาแบบเรียลไทม์

  • LinkedIn - เน้นธุรกิจ B2B และมืออาชีพ


กลยุทธ์ที่ใช้

มี 2 แนวทางหลักคือ Organic (การโพสต์เนื้อหาฟรีเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม) และ Paid (การจ่ายเงินซื้อโฆษณาเพื่อเข้าถึงคนมากขึ้น) ส่วนใหญ่ธุรกิจจะใช้ทั้งสองแบบควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


ตัวอย่างการทำ SMM ที่มีประสิทธิภาพ

ร้านกาแฟโพสต์รูปเมนูใหม่ที่สวยงาม ใส่แฮชแท็ก #กาแฟเย็น #คาเฟ่กรุงเทพ เพื่อให้คนค้นหาเจอง่าย และที่สำคัญคือตอบคอมเมนต์ของลูกค้าทุกคนอย่างรวดเร็ว การโต้ตอบแบบนี้จะสร้าง Engagement ทำให้โพสต์ของคุณมีการเข้าถึงที่สูงขึ้น และลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ใส่ใจพวกเขาจริงๆ


Email Marketing คืออะไร?

Email Marketing คือ การส่งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ไปยังอีเมลของลูกค้า เป็นช่องทางที่ให้คุณสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง และเป็นส่วนตัว

เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน?

  • B2B - ธุรกิจที่ขายให้กับองค์กร ใช้อีเมลติดต่อลูกค้าองค์กรได้ดี

  • E-commerce - ร้านค้าออนไลน์ส่งโปรโมชั่น และแนะนำสินค้าใหม่

  • Newsletter - สื่อหรือธุรกิจที่ต้องการส่งข่าวสารประจำ


ตัวอย่างการใช้งานจริง

ร้านออนไลน์เก็บข้อมูลวันเกิดของลูกค้าไว้ เมื่อถึงวันเกิดก็ส่งอีเมลพร้อมโค้ดส่วนลด 20% พิเศษให้ นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ประวัติการซื้อของลูกค้าแต่ละคน แล้วแนะนำสินค้าที่เขาน่าจะสนใจ การทำแบบนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษ และมีโอกาสซื้อสินค้าเพิ่มสูงขึ้น


ข้อดีเด่น

  1. ROI สูงมาก - สถิติแสดงว่า Email Marketing ให้ผลตอบแทนต่อการลงทุนสูงกว่าช่องทางอื่นๆ

  2. เป็น Owned Media - คุณเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าเอง ไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มของคนอื่นเหมือน Social Media


Video Marketing คืออะไร?

Video Marketing คือ การใช้วิดีโอเป็นเครื่องมือในการสื่อสารการตลาด เนื่องจากคนยุคนี้ชอบรับข้อมูลผ่านวิดีโอมากกว่าการอ่านข้อความยาวๆ วิดีโอจึงกลายเป็นรูปแบบเนื้อหาที่ทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน


แพลตฟอร์มวิดีโอยอดนิยม

  • YouTube - แพลตฟอร์มวิดีโอใหญ่ที่สุด เหมาะกับเนื้อหายาวเชิงลึก

  • TikTok - วิดีโอสั้นสนุกสนาน viral ง่าย

  • Instagram Reels - วิดีโอสั้นบน Instagram

  • Facebook Video - ครอบคลุมผู้ใช้งานหลากหลายวัย


เทรนด์ที่ร้อนแรงในปี 2026

Short-form Video หรือวิดีโอสั้นที่มีความยาวต่ำกว่า 60 วินาที กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม เพราะสอดคล้องกับพฤติกรรมคนยุคใหม่ที่มี Attention Span สั้นลง ต้องการเนื้อหาที่ดูง่าย เข้าใจเร็ว และสนุก


ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ

ร้านขายของตกแต่งบ้านทำคลิป TikTok สอน "จัดมุมทำงาน Work From Home งบ 3,000 บาท" ความยาวแค่ 30 วินาที แต่ได้ยอดวิวถึง 2 ล้านครั้ง เพราะเนื้อหาตรงโจทย์ มีประโยชน์ และดูง่าย คลิปนี้ทำให้คนรู้จักร้าน เกิดความสนใจ และหลายคนเข้ามาซื้อของตามที่เห็นในคลิป


Influencer Marketing คืออะไร?

Influencer Marketing คือ การร่วมมือกับ Influencer หรือ KOL (Key Opinion Leader) ที่มีผู้ติดตามจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย ให้พวกเขารีวิว แนะนำ หรือใช้สินค้าของคุณ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงกลุ่มผู้ติดตามของพวกเขา


ประเภทของ Influencer

  • Mega Influencer (1 ล้านผู้ติดตามขึ้นไป) - ดารา เซเลบ ค่าตัวแพง เข้าถึงคนเยอะมาก

  • Macro Influencer (100K-1M) - มีผู้ติดตามมาก มีอิทธิพลในวงกว้าง

  • Micro Influencer (10K-100K) - ขนาดพอดี มี Engagement Rate สูง ROI ดีที่สุดสำหรับ SME

  • Nano Influencer (1K-10K) - กลุ่มเล็กแต่ใกล้ชิด เหมาะกับธุรกิจท้องถิ่น


ตัวอย่างการใช้งาน

ร้านอาหารเชิญ Food Blogger ที่มีผู้ติดตาม 50,000 คนมารีวิวเมนูใหม่ จากการรีวิวครั้งนี้ ร้านได้ทั้งเนื้อหาภาพ และวิดีโอคุณภาพดีที่สามารถนำไปใช้ต่อได้ และที่สำคัญคือได้การันตีคุณภาพจากคนที่ผู้ติดตามไว้วางใจ ทำให้ลูกค้าใหม่มีความมั่นใจมากขึ้นที่จะมาลอง


Affiliate Marketing

Affiliate Marketing คืออะไร?

Affiliate Marketing คือ ระบบการตลาดที่ธุรกิจจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับ Partner หรือ Affiliate เมื่อพวกเขาช่วยขายสินค้าได้สำเร็จ เป็นแบบ Win-Win เพราะธุรกิจจ่ายเงินก็ต่อเมื่อมียอดขายเกิดขึ้นจริง


ตัวอย่างการทำงาน

ร้านขาย Gadget มอบลิงก์พิเศษให้กับ Tech Reviewer เมื่อ Reviewer รีวิวสินค้า และแชร์ลิงก์นี้ให้ผู้ติดตาม หากมีคนคลิกลิงก์แล้วซื้อสินค้า Reviewer ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่น 5% จากยอดขาย ระบบนี้ทำให้ Reviewer มีแรงจูงใจในการแนะนำสินค้าอย่างจริงจัง ในขณะที่ร้านค้าก็ได้ลูกค้าใหม่โดยไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาล่วงหน้า


AI Marketing (The Game Changer) (ปัจจุบัน มี Shopping Research ในแชท GPT )

คืออะไร: การใช้ AI (เช่น ChatGPT, Gemini,) เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล, ช่วยคิดคอนเทนต์, ช่วยตอบแชทลูกค้า หรือยิงโฆษณาหาเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น นี่คือมาตรฐานใหม่ของการทำงานในปี 2026



8 เหตุผล ทำไมธุรกิจต้องทำ Digital Marketing เดี๋ยวนี้

8 เหตุผล ทำไมธุรกิจต้องทำ Digital Marketing เดี๋ยวนี้

  1. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแม่นยำ (Precise Targeting): เลือกได้ว่าจะยิงโฆษณาหาใคร อายุเท่าไหร่ อยู่แถวไหน สนใจเรื่องอะไร ไม่ต้องหว่านแหอีกต่อไป

  2. วัดผลได้แบบ Real-time: รู้ทันทีว่าเงินที่จ่ายไป 100 บาท ได้คนเห็นกี่คน คลิกกี่คน ซื้อกี่บาทสูตรคำนวณ ROI: ถ้าลงโฆษณา 1,000 บาท ขายได้ 5,000 บาท = กำไร 400% (ตัวเลขนี้ Traditional Marketing บอกคุณไม่ได้ชัดขนาดนี้)

  3. ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ: มีงบวันละ 100 บาทก็เริ่มต้นยิงโฆษณาได้ SME จึงมีโอกาสสู้แบรนด์ใหญ่ได้

  4. ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ทันที: โฆษณาตัวไหนไม่เวิร์ค ปิดได้ทันทีใน 1 วินาที ไม่ต้องรอเหมือนป้ายโฆษณาที่พิมพ์ไปแล้ว

  5. สร้าง Engagement สองทาง: ลูกค้าถามมา-ตอบกลับได้ สร้างความประทับใจ และความสัมพันธ์ระยะยาว

  6. ขายได้ 24/7 ทั่วโลก: ร้านปิดแต่เว็บไม่ปิด ลูกค้าช้อปปิ้งได้ตอนตี 2 หรือลูกค้าจากต่างประเทศก็สั่งซื้อได้

  7. เก็บข้อมูล (Data is Gold): การรู้พฤติกรรมลูกค้า คือขุมทรัพย์ในการพัฒนาสินค้า ยุคนี้ใครมี First-Party Data (ข้อมูลที่เก็บเอง) เยอะที่สุด คือผู้ชนะในระยะยาว

  8. ความเท่าเทียมในการแข่งขัน: บนหน้าจอมือถือ พื้นที่ของร้านเล็กๆ กับบริษัทมหาชน มีขนาดเท่ากัน ถ้าคอนเทนต์คุณดีจริง คุณก็ชนะใจลูกค้าได้


Digital Marketing ในปี 2026 ไม่ใช่ "ทางเลือก" แต่เป็น "ทางรอด" ธุรกิจที่ปรับตัวไม่ใช่แค่เพื่อตามกระแส แต่เพื่อไปอยู่ "ในที่ที่ลูกค้าอยู่"

อัลกอริทึมอาจเปลี่ยน เครื่องมืออาจเปลี่ยน (จาก Facebook เป็น TikTok, จาก Search เป็น AI) แต่หัวใจสำคัญยังคงเดิม คือ "การส่งมอบคุณค่าที่ถูกต้อง ให้ถูกคน ในเวลาที่เหมาะสม"


 
 
IMG_3628.JPG

ME POWER Digital Agency

สร้างปรากฏการณ์ให้กับคลินิกของคุณ! ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลสุดล้ำ

Logo  Line
bottom of page