top of page

พิมพ์ผิดชีวิตเปลี่ยน? จบปัญหาเพราะแก้ไขข้อความใน Line ได้แล้ว

  • 3 นาทีที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที
พิมพ์ผิดชีวิตเปลี่ยน? จบปัญหาเพราะแก้ไขข้อความใน Line ได้แล้ว

Key Takeaway

  • LINE เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ใน "LINE Labs" ให้สามารถแก้ไขข้อความที่พิมพ์ผิดได้แล้ว โดยไม่ต้องกดยกเลิกข้อความ


  • วิธีเปิดใช้งาน ต้องอัปเดตแอปฯ ก่อน (มือถือ v26.13.0 ขึ้นไป / PC v26.4.1 ขึ้นไป) จากนั้นไปที่ การตั้งค่า > LINE Labs > เปิดสวิตช์ "Message edit"


  • ต้องทำการแก้ไขภายใน 15 นาที หลังจากส่งข้อความเท่านั้น (ยกเว้น Keep Memo แก้ได้ภายใน 6 วัน)


  • ข้อความที่ถูกแก้จะแสดงคำว่า "แก้ไขแล้ว" (Edited) ให้ผู้รับเห็นอย่างชัดเจน


  • ปัจจุบันรองรับเฉพาะข้อความตัวอักษรเท่านั้น (แก้รูปหรือสติกเกอร์ไม่ได้) และในอนาคตอาจสงวนสิทธิ์ไว้ให้เฉพาะผู้ใช้ LINE Premium


Line แก้ไขข้อความที่ส่งไปได้แล้ว

เคยไหมครับ? รีบพิมพ์แชททีไรเป็นต้องนิ้วเบียดส่งข้อความผิดทุกที ครั้นจะกดยกเลิกข้อความ (Unsend) ก็กลัวอีกฝั่งจะแคปทัน หรือโดนทักว่า "ยกเลิกข้อความทำไม มีความลับหรอ?" ปัญหาชวนปวดหัวเหล่านี้จะหมดไปครับ เพราะตอนนี้มีอัปเดตฟีเจอร์ใหม่จาก LINE Labs ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถแก้ไขข้อความที่พิมพ์ผิดได้แล้วโดยไม่ต้องกดยกเลิกข้อความทิ้งให้เสียความรู้สึก


ประโยชน์ของฟีเจอร์นี้นอกจากจะช่วยชีวิตคนชอบพิมพ์ไวแล้ว ยังมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยลดความเข้าใจผิดจากการพิมพ์ผิด พิมพ์ตกหล่น หรือส่งข้อมูลสำคัญไปไม่ครบถ้วน ทำให้การสื่อสารทั้งในเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานราบรื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ


เงื่อนไขและวิธีเปิดใช้งานฟีเจอร์แก้ไขข้อความ

ก่อนที่เราจะไปลองแก้คำผิดกัน เราต้องมาเช็กความพร้อมและตั้งค่าระบบกันนิดหน่อยครับ ซึ่งบอกเลยว่าขั้นตอนไม่ได้ซับซ้อน สามารถทำตามไปพร้อมกันได้เลย


การอัปเดตเวอร์ชันแอปพลิเคชัน

สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเช็กและอัปเดตแอปพลิเคชันให้อยู่ในเวอร์ชันที่ระบบรองรับฟีเจอร์ใหม่นี้เสียก่อนครับ


  • สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟน (ทั้งระบบ iOS และ Android): จะต้องเข้าไปที่ App Store หรือ Google Play Store เพื่ออัปเดตแอปพลิเคชัน LINE ให้เป็นเวอร์ชัน 26.13.0 ขึ้นไป


  • สำหรับผู้ใช้งานบนคอมพิวเตอร์ (ทั้งระบบ Windows และ macOS): จะต้องอัปเดตโปรแกรม LINE ให้เป็นเวอร์ชัน 26.4.1 ขึ้นไปเช่นกันครับ


ขั้นตอนการเปิดตั้งค่าผ่าน LINE Labs

ขั้นตอนการเปิดตั้งค่าผ่าน LINE Labs

เมื่อเราอัปเดตเวอร์ชันเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าไปเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ที่ซ่อนอยู่ในหมวดทดลองครับ


  1. เปิดแอปพลิเคชัน LINE ขึ้นมา ไปที่แท็บหน้าหลัก (Home)

  2. มองหาสัญลักษณ์รูปฟันเฟืองเพื่อเข้าสู่เมนูการตั้งค่า (Settings)

  3. เลื่อนหาและคลิกเข้าไปที่หัวข้อ LINE Labs

  4. จากนั้นให้มองหาฟีเจอร์ที่ชื่อว่า "Message edit" (แก้ไขข้อความ) แล้วเลื่อนเปิดสวิตช์ให้เป็นสีเขียว

  5. ระบบจะแสดงหน้าต่างข้อตกลงการใช้ข้อมูลของ LY Corporation ขึ้นมา ให้เรากดยอมรับก่อน เพียงเท่านี้ระบบก็จะพร้อมให้คุณใช้งานแล้วครับ


วิธีใช้งานแก้ไขข้อความใน LINE ที่ส่งไปแล้ว

พอเราเข้าไปเปิดตั้งค่าใน LINE Labs กันเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็มาถึงเวลาลงสนามจริงกัน ขอบอกเลยว่าวิธีใช้งานนั้นง่ายมากๆ เพียงแค่ไม่กี่สัมผัสก็สามารถกู้สถานการณ์หน้าแตก หรือแก้ข้อมูลที่พิมพ์ตกหล่นได้แล้ว โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ


  • เริ่มจากแตะค้างไว้ที่บับเบิ้ลข้อความที่เราต้องการแก้ไขในหน้าแชท


  • จะมีเมนูป็อปอัปเด้งขึ้นมา ให้เราสังเกตและเลือกคำสั่ง "แก้ไข" (Edit)


  • หลังจากนั้น ระบบจะให้เราพิมพ์เนื้อหาใหม่ที่ถูกต้องทับลงไปได้เลย เมื่อตรวจทานเรียบร้อยก็กดส่งอีกครั้ง


  • ข้อสังเกตเล็กๆ คือ ข้อความที่เราทำการแก้ไปแล้วนั้น จะมีคำว่า "แก้ไขแล้ว" (Edited) ปรากฏอยู่ด้านหน้าบับเบิ้ลแชท เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าข้อความนี้ถูกปรับปรุงใหม่แล้วนะ


ข้อจำกัดและข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนใช้งาน

แม้ว่าฟีเจอร์นี้จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการสื่อสารได้ดีเยี่ยม แต่ก็มีเงื่อนไขและข้อจำกัดบางอย่างที่เราต้องรู้ไว้ก่อนนำไปใช้งานจริง จะได้ไม่เผลอใช้งานผิดจุดประสงค์จนเกิดความสับสนทีหลัง


ข้อจำกัดด้านเวลา

เรื่องเวลาเป็นสิ่งที่ต้องจำให้แม่นเลย สำหรับแชทสนทนาเดี่ยวและแชทกลุ่ม เราจะสามารถแก้ไขข้อความได้ภายในเวลา 15 นาทีหลังจากที่กดส่งไปแล้วเท่านั้น ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ปุ่มแก้ไขจะหายไปครับ แต่ถ้าใครชอบจดโน้ตในห้องส่วนตัวอย่าง Keep Memo ทาง LINE จะอนุญาตให้เราย้อนกลับมาแก้ไขข้อความได้นานถึงภายใน 6 วันเลย


ร่องรอยการแก้ไข

การแก้คำผิดไม่ได้แปลว่าหลักฐานจะถูกลบหายไปแบบเนียนๆ นะครับ เพราะระบบจะทำสัญลักษณ์และแสดงคำว่า "แก้ไขแล้ว" ให้ผู้รับและคนในกรุ๊ปเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งอีกฝั่งจะทราบทันทีว่ามีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาเกิดขึ้น (แม้เขาจะมองไม่เห็นข้อความต้นฉบับก็ตาม) ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องงานสำคัญมากๆ ก็ยังต้องระมัดระวังในการพิมพ์ตั้งแต่แรกอยู่ดี


ประเภทข้อความและแนวโน้มการเก็บค่าบริการ

ในแง่ของการใช้งาน ปัจจุบันฟีเจอร์นี้รองรับการแก้ไขเฉพาะข้อความประเภท เท่านั้นนะครับ เราไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ไปแก้ไขไฟล์รูปแบบอื่นๆ อย่างเช่น รูปภาพ หรือสติกเกอร์ได้ ตอนนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวยังเปิดให้เราเข้าไปทดลองใช้ฟรีในหมวด LINE Labs แต่ในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะถูกย้ายไปเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้บริการสมัครสมาชิกรายเดือน (LINE Premium) ครับ


เทียบฟีเจอร์แก้ไขข้อความ LINE กับแอปพลิเคชันแชทอื่น

เทียบฟีเจอร์แก้ไขข้อความ LINE กับแอปพลิเคชันแชทอื่น

หากเราลองมองไปที่แอปพลิเคชันแชทยอดฮิตตัวอื่นๆ จะพบว่าฟีเจอร์แก้ไขข้อความนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลย และเมื่อนำมาเทียบกันก็จะเห็นความแตกต่างที่น่าสนใจทีเดียว


  • WhatsApp และ iMessage: ทั้งสองแอปนี้กำหนดเงื่อนไขเวลาในการแก้ไขข้อความไว้ที่ภายใน 15 นาทีหลังจากกดส่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นเกณฑ์ที่ใกล้เคียงกับแนวทางใหม่ของทาง LINE


  • Telegram: สายแชทแอปนี้จะค่อนข้างได้เปรียบ เพราะตัวระบบอนุญาตให้ผู้ใช้งานแก้ไขข้อความได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง แถมยังเปิดให้ใช้งานได้ฟรีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกพรีเมียมอีกด้วย


ความเหมาะสมของเวลา 15 นาที: หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม LINE ถึงให้เวลาแค่ 15 นาที? ในมุมมองของการใช้งานจริง ระยะเวลานี้ถือว่าเป็นการรักษาสมดุลที่ดีมาก เพราะให้ความสะดวกสบายในการแก้ไขคำผิดได้แบบไม่ปล่อยให้ค้างคานาน ในขณะเดียวกันก็ยังช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของหลักฐานการสนทนา เพื่อไม่ให้ข้อมูลสำคัญถูกบิดเบือนเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ ครับ


มาถึงตรงนี้คงเห็นภาพรวมแล้วนะว่า การอัปเดตให้ Line แก้ไขข้อความที่ส่งไปได้แล้ว เป็นฟีเจอร์ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้กับคนชอบพิมพ์ผิด พิมพ์ตกหล่น หรือบางครั้งใจร้อนกดส่งไวเกินไป ช่วยลดความเขินอายและความเข้าใจผิดในการสื่อสารไปได้เยอะเลยครับ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะมีตัวช่วยที่ดีแค่ไหน คำแนะนำเพิ่มเติมที่สำคัญที่สุดก็คือ การฝึกนิสัยตรวจสอบความถูกต้องของข้อความก่อนกดส่งเสมอ เพราะการส่งข้อความที่ถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรก ย่อมสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพ และสร้างความน่าเชื่อถือในการสื่อสารได้ดีกว่าการมาตามแก้ไขทีหลังอย่างแน่นอน

 
 
IMG_3628.JPG

ME POWER Digital Agency

สร้างปรากฏการณ์ให้กับคลินิกของคุณ! ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาดด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลสุดล้ำ

Logo  Line
bottom of page