influencer คืออะไร ทำไมธุรกิจต้องใช้กลยุทธ์นี้
- memarketthink
- 6 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที

ในปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองของเหล่า Creator Economy ทำให้แบรนด์ลงทุนกับการโฆษณาผ่าน influencer Marketing กันมากขึ้น แต่หลายคนก็มักจะสับสนระหว่าง “KOL กับ Influencer”
KOL วัดผลจากความน่าเชื่อถือและความสามารถเฉพาะทาง ส่วน Influencer วัดผลจาก Engagement และไลฟ์สไตล์บนโซเชียล มาดูกันว่าการใช้อินฟลูเอนเซอร์มีความสำคัญกับธุรกิจมากแค่ไหน
influencer คืออะไร
influencer คือ ผู้ที่มีผลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจของกลุ่มผู้ติดตามบนสื่อออนไลน์ เช่น การรีวิวสินค้า การเล่าประสบการณ์ หรือการแบ่งปันไลฟ์สไตล์ ซึ่งคอนเทนต์ของอินฟลูสามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้ติดตามรู้สึกอยากซื้อสินค้าหรือบริการตามได้ จึงถือเป็นทางเชื่อมระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ได้อย่างดี ทำให้ Influencer Marketing ได้รับความนิยมในธุรกิจในปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว
ทำไมธุรกิจต้องใช้กลยุทธ์นี้
1 สร้างความน่าเชื่อถือได้เร็ว
ผู้ติดตามจะเชื่อใจ influencer ไม่ต่างจากเพื่อนสนิทของเขา ซึ่งธุรกิจสามารถยืมเครดิตความไว้วางใจนี้มาช่วยเสริมภาพลักษณ์และลดความลังเลก่อนตัดสินใจซื้อได้
2 เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแม่นยำ
อินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนจะมีผู้ติดตามเฉพาะกลุ่ม เช่น บิวตี้ สุขภาพ ความงาม ธุรกิจจึงสามารถสื่อสารโดยตรงกับผู้ที่สนใจได้โดยตรง โดยไม่ต้องกระจายงบโฆษณาเกินความจำเป็น
3 ได้คอนเทนต์สดใหม่หลายสไตล์
Influencer จะมีวิธีเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงสามารถสร้างคอนเทนต์ที่สดใหม่ได้หลากหลายสไตล์และนำไปใช้ได้หลายแพลตฟอร์ม เช่น คลิปสั้น คลิปยาว หรือเนื้อหาเชิงลึก
4 เพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมสูง
ผู้คนมักจะกดไลก์ กดแชร์ หรือคอมเมนต์คอนเทนต์ของอินฟลูเอนเซอร์ที่ตัวเองชื่นชอบ ทำให้เกิดการสนทนาเกี่ยวกับแบรนด์มากขึ้น และทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว
5 วัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องมือบนแพลตฟอร์มออนไลน์สามารถวัดผลได้ชัดเจนและรวดเร็ว เช่น ยอดวิว ยอดคลิก คอนเวอร์ชัน หรือ ROI ได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ธุรกิจสามารถปรับเปลี่ยนแคมเปญได้ตามต้องการ
6 คุ้มค่างบประมาณที่เสียไป
ธุรกิจสามารถเลือกจ้าง influencer ได้ตามงบประมาณที่ตั้งไว้ได้ และสามารถปรับเปลี่ยนงบและรูปแบบคอนเทนต์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีวางกลยุทธ์ influencer marketing ให้ธุรกิจเติบโต

1 ตั้ง Objective & KPI ก่อนเลือกอินฟลู
กำหนดวัตถุประสงค์ว่าแคมเปญนี้ต้องการอะไร เช่น Brand Awareness, สร้างความเชื่อมั่น, สร้างยอดขาย, จากนั้นกำหนด KPI เพื่อเช็กประสิทธิภาพของแคมเปญด้วย ซึ่งธุรกิจ B2B ใช้ Influencer เพื่อสร้างการรับรู้มากถึง 67%
2 เลือกแพลตฟอร์มให้ตรงกับกระแส
ดูว่าในช่วงที่จะสร้างแคมเปญมีแพลตฟอร์มไหนที่ได้รับความนิยมสูงสุด เช่น หากช่วงนั้น TikTok มียอด Engagement อันดับ 1 ก็ควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามเป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกันกับธุรกิจ จึงจะทำให้แคมเปญนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3 หาอินฟลูที่เหมาะกับธุรกิจ
การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ต้องมีภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับแบรนด์และมีผู้ติดตามตรงกับ Persona
นอกจากนี้ควรพิจารณาก่อนเลือกจ้าง influencer เพราะความจริงใจต่อผู้ติดตามและ Engagement มีค่ามากกว่า
คอนเทนต์แมส
4 นำเสนอคอนเทนต์สไตล์อินฟลู
นำเสนอ Key Message ให้ชัดเจนเพื่อให้เจาะกลุ่มลูกค้าได้ง่าย โดยให้ Influencer Marketing เล่าเรื่องในแบบฉบับของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำเสนอคอนเทนต์ที่มีคุณค่า เช่น How‑to, โปรโมชันพิเศษ, Story‑telling ดีกว่าคอนเทนต์ Hard‑sell เสมอ
5 สรุปแคมเปญเพื่อต่อยอดในอนาคต
หลังจากจบแคมเปญต้องรวบรวมข้อมูลเชิงลึกว่าคอนเทนต์ไหนสามารถกระตุ้น CTR สูงสุด คอนเทนต์ไหนมีคนแชร์มากสุด แล้วค่อยต่อยอดเป็น Always‑on Influencer Program เพื่อรักษากระแสของธุรกิจตลอดทั้งปีให้คงอยู่ต่อไปได้
เทรนด์ Influencer 2025–2026
การใชิอินฟลูเอนเซอร์ทำการตลาดเพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักถือเป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในยุคนี้ เพราะผู้คนเสพคอนเทนต์กันมากขึ้น และถ้าอยากสร้างการรับรู้เพิ่มควรผลิตคอนเทนต์ตามกระแสจะช่วยให้เข้าถึงง่ายกว่า
1 Faceless Creator ครีเอเตอร์สายเสียงพากย์ แคปชัน ใช้มุมกล้อง โดยไม่ต้องโชว์ตัว
2 UGC คอนเทนต์จากผู้ใช้บริการจริงที่มีการรีวิวแบบเรียบง่าย แต่สามารถเข้าถึงได้ดี
3 วิดีโอสั้น เช่น TikTok, Reels, Shorts เป็นแพลตฟอร์มหลักของการทำแคมเปญ
4 Affiliate Marketing ทำคอนเทนต์และใส่ลิงก์ขายสินค้าหรือบริการในโพสต์เดียว
5 Niche Creator คนอยากดูครีเอเตอร์เฉพาะกลุ่มมากกว่า เช่น ความงาม สุขภาพ หรือไลฟ์สไตล์
6 พากย์เสียง AI ช่วยลดต้นทุนการทำคอนเทนต์ ทำให้โพสต์ได้เยอะขึ้นโดยไม่ต้องถ่ายใหม่
7 Brand Ambassador สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวแทนการโพสต์ครั้งเดียว เพื่อสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่อง


