ค้นหา
  • Memarketthink

เข้าใจการตลาดเริ่มจาก (4P’s) ให้เข้าถึงใจลูกค้า (4C’s) ในยุคที่เข้าสู่ดิจิทัล (4E’s)

อัปเดตเมื่อ 11 ธ.ค. 2563


เมื่อการเปลี่ยนแปลงมาถึง เราจึงควรปรับตัว


ผู้ประกอบการหลาย ๆ คนอาจคุ้นชินกับหลักการตลาด 4P’s ที่เป็นพื้นฐานของการทำการตลาด แต่ในทางกลับกันอาจจะไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะการทำการตลาดแบบ 4P’s เป็นการมองจากมุมมองของตัวเองที่นักการตลาด , เจ้าของสินค้าหรือบริการ ใช้มองและวิเคราะห์เพื่อมุ้งเน้นที่สินค้าหรือบริการของตนเอง

แต่ถ้าถาม Me ว่าหลักการนี้ใช้ไม่ได้ผลแล้วหรือ ? ก็คงไม่ใช่แบบนั้น เพียงแต่ว่าในปัจจุบันที่โลกเปลี่ยนแปลงไปแบบรวดเร็วนั้น ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ในการทำการตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลักการ 4C’s ที่ให้ความสำคัญกับมุมมองของลูกค้า

โดยมองกลับกันว่าลูกค้าต้องการอะไร ใช้จ่ายแบบไหน มากกว่าจะที่ยัดเหยียดสินค้าให้กับลูกค้า


และเมื่อ Internet เข้ามามีบทบาทกับผู้คนมากขึ้นการให้ความสำคัญกับการใช้งาน ประสบการณ์ หรือ การมีส่วนร่วมกับลูกค้าจึงสำคัญมากขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาของหลักการแบบ 4E’s แล้วทั้ง 3 หลักการแตกต่างกันอย่างไร ? ต้องใช้ทั้ง 3 หลักการเลยหรือไหม ? แล้วหลักการไหนจะตอบโจทย์มากกว่ากันล่ะ เราไปดูกันทีละหลักการกันดีกว่า


Me ขอเริ่มจากหลักการที่เป็นเบสิคสุด ๆ ของนักการตลาดก่อนเลยนะคะ




หลักการ 4P’s


Product - สินค้าหรือบริการที่ต้องการนำเสนอให้ลูกค้า นำเสนอจุดเด่น ความแตกต่างของสินค้าหรือบริการ


Price - การตั้งราคาให้เหมาะสมกับสินค้าถือหรือบริการ เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าเราต้องราคาที่สูงเกินคุณภาพสินค้าก็จะทำให้ลูกค้าไม่เลือกซื้อสินค้ากับเรานั่นเอง


Place - ช่องทางการขายสินค้าหรือบริการ ว่ามีหน้าร้านขายสินค้าอยู่ที่ไหน หรือว่าเลือกขายสินค้าผ่านออนไลน์ รวมไปถึงบอกรายละเอียดในการจัดส่งสินค้าไว้ด้วย


Promotion - หลายคนคงนึกถึงการ ลด แลก แจก แถม แต่ที่จริงแล้ว โปรโมชันในที่นี่จะรวมไปถึงกิจกรรมทางการตลาด การประชาสัมพันธ์ หรือ โฆษณานั่นเอง




หลักการ 4C’s


Consumer - จะเน้นถึงความต้องการของลูกค้ามากกว่าสินค้าหรือบริการ (Product) ดังนั้นเจ้าของธุรกิจจึงควรเข้าใจความต้องการของลูกค้าจริง ๆ หรือมองในมุมมองของลูกค้าว่าที่จริงแล้วพวกเขาต้องการ / อยากได้ สินค้าหรือบริการอะไร


Cost - ในที่นี่คือค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าต้องจ่าย โดยจะต้องคำนึงถึงราคาขายที่ลูกค้าจะสามารถซื้อสินค้าหรือบริการได้ นอกจากเรื่องราคาแล้ว ยังอาจรวมไปถึงเรื่องของเวลา หรือความรู้สึกด้วย


Convenicnce - จากเดิมที่ช่องทางการขายจะต้องมีหน้าร้านขายสินค้าเพียงอย่างเดียว อาจจะต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายของลูกค้าที่จะเข้าถึงตัวสินค้าได้ง่ายมากขึ้น เช่น ใช้ช่องทางการขายออนไลน์ หรือ ส่งแบบเดลิเวอรี่


Communication - การสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้า ด้วยเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาต้องซื้อสินค้า / บริการของคุณ หรือ การสื่อสารให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ของลูกค้า ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในโฆษณาได้ดีกว่าการโฆษณาไปยังกลุ่มลูกค้าที่ Mass มาก ๆ




หลักการ 4E’s


Experierce - คือการมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจในสินค้าหรือบริการ หลังจากที่ลูกค้าได้ใช้งานแล้ว ให้เห็นว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไร

มากกว่าที่จะแนะนำสินค้าเพียงอย่างเดียว


Exchange - คุณค่า ของสินค้าหรือบริการ เพราะในยุคนี้จะทำการแข่งขันกันด้วยราคาเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้แล้ว ยิ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงด้วย Social media ได้ง่ายขึ้นแล้ว จึงควรให้ลูกค้าหันมาสนใจที่คุณค่าของสินค้าหรือบริการมากกว่า โดยการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า คุ้มค่า รวมถึงการแก้ปัญหาหลังจากที่ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ


Everyplace - สมัยก่อนอาจจะต้องพึ่งพาหน้าร้านในการขายสินค้าหรือบริการเพียงช่องทางเดียว แต่ในปัจจุบัน การทำให้ลูกค้ารู้สึกสะดวกสบายขึ้น และมีช่องทางการขายที่มากขึ้น ไม่ว่าจะขายออนไลน์หรือมีบริการส่งแบบเดลิเวอรี่ และการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต / เดบิต ก็จะทำให้ลูกค้าหันมาเลือกซื้อสินค้ากับทางคุณได้มากกว่า


Evangelism - การดึงดูดลูกค้าด้วยการจัดโปรโมชัน ลด แลก แจก แถม ในการโฆษณาอาจจะไม่สำคัญเท่าสมัยก่อน และยิ่งถ้ายัดเหยียดมากเกินไปก็จะทำให้สินค้าหรือบริการของคุณดูไม่น่าสนใจทันที ดังนั้นเราจึงควรปรับเปลี่ยนให้รูปแบบการโฆษณาเน้นไปที่การสร้างประสบการณ์ ความประทับใจ ความรู้สึก ที่ได้ใช้จนเกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก แล้วแอบแฝงไปด้วยราคาพิเศษหรือโปรโมชัน อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่านั่นเอง


หากคุณจะทำการตลาด Me ขอแนะนำสั้น ๆ นะคะ ไม่ว่าหลักการนั้นจะถูกคิดค้นขึ้นมาในช่วงไหนก็ตาม ถ้าเรารู้จักเลือกหยิบข้อดีในแต่ละหลักการ นำมาผสมผสานและปรับให้เข้ากับธุรกิจของคุณนั้น Me เชื่อว่าเราจะชนะคู่แข็งได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

ดู 251 ครั้ง0 ความคิดเห็น