Oligio X คืออะไร? GXG Dual-Mode ที่คุณควรรู้
- Admin MMT
- 17 ธ.ค. 2568
- ยาว 3 นาที

ปัญหาผิวหย่อนคล้อย...ที่ทุกคนต้องเผชิญ
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการเสื่อมถอยตามธรรมชาติ ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างผิว โดยเฉพาะการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงตาข่ายพยุงผิวให้แน่นกระชับ เมื่อโครงสร้างนี้อ่อนแอลง จึงเกิดภาวะผิวหนังหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วง สังเกตได้จากกรอบหน้าที่เลือนลาง การเกิดกระเปาะแก้มห้อย และการสะสมของไขมันบริเวณใต้คางหรือเหนียง
ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะผู้สูงอายุ แม้แต่ผู้ที่มีอายุ 25-30 ปี ก็อาจเริ่มพบสัญญาณแรก โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การได้รับแสงแดดมากเกินไป การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ปัจจัยเหล่านี้เร่งให้คอลลาเจนสลายตัวเร็วขึ้น
Oligio X คือนวัตกรรมยกกระชับที่พัฒนาต่อยอดจากเครื่อง Oligio รุ่นเดิม โดยบริษัท WONTECH จากเกาหลีใต้ ด้วยการใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ผสานกับเทคโนโลยี GXG Dual-Mode ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูคอลลาเจนและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยในแต่ละชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ
Oligio X คืออะไร?
Oligio X เป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูงแบบขั้วเดียว (High-Intensity Monopolar Radiofrequency) ที่ความถี่ 6.78 MHz ซึ่งเป็นความถี่มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถส่งพลังงานความร้อนลงสู่ผิวชั้นลึกได้ดีที่สุด
จุดเด่นหลัก 2 ประการ:
เทคโนโลยี GXG Dual-Mode - บริหารจัดการพลังงานในแต่ละช็อตให้แม่นยำสูง
ระบบความเย็นอัจฉริยะ - ปล่อยความเย็นต่อเนื่อง 11 จังหวะต่อการยิง 1 ครั้ง เพื่อปกป้องผิวชั้นบน
หลักการทำงาน
Oligio X เปลี่ยนพลังงานคลื่นวิทยุให้เป็นพลังงานความร้อนในช่วง 40-60°C ลงลึกถึง 2 ระดับชั้นผิวสำคัญ:
ชั้นหนังแท้ (Dermis) - กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน
ชั้นไขมันและเส้นใยคอลลาเจน (Retinacula Cutis) - ปรับโครงสร้างพยุงผิวให้แน่นขึ้น
กระบวนการเปลี่ยนแปลง 2 ระยะ:
ระยะเฉียบพลัน - คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที ผู้รับบริการรู้สึกกระชับได้ 20-30% หลังทำ
ระยะฟื้นฟู - ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ทดแทน เห็นผลชัดเจนที่สุดใน 1-3 เดือน
ตัวอย่างเข้าใจง่าย: กลไกการทำงานคล้ายการต้มไข่ออนเซ็น - ต้องใช้อุณหภูมิแม่นยำ (40-60°C) ไข่ขาวจึงเซ็ตตัวเด้งกำลังดี หากความร้อนน้อยเกินไป ไข่จะไม่สุก (ไม่เห็นผล) แต่ร้อนเกินไป (>60°C) ไข่จะแข็งกระด้าง (ผิวไหม้)
เทคโนโลยี GXG Dual-Mode
Oligio X เปลี่ยนระบบการจ่ายพลังงานจากแบบทางเดียว (Single Mode) มาเป็น Dual-Mode เพื่อจัดการปัญหาผิวในระดับความลึกที่แตกต่างได้อย่างสมบูรณ์
2 โหมดพลังงาน
G Mode (Gliding Mode) - โหมดเตรียมความพร้อม
แพทย์ใช้เทคนิคเลื่อนหัวแบบ Sliding
กระจายพลังงานความร้อนที่ผิวชั้นตื้นอย่างนุ่มนวล
อุ่นเนื้อเยื่อให้พร้อมรับพลังงานสูง
X Mode (X-treme Mode) - โหมดจัดการปัญหาหลัก
ใช้เทคนิควางหัวแนบสนิทแล้วยิง (Stamping)
ส่งพลังงานความเข้มข้นสูงลงลึกสู่ชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน
มุ่งเน้นกระตุ้นคอลลาเจนให้หดตัวและสลายไขมันส่วนเกิน
GXG: 3 ขั้นตอน
Step 1 (G Mode): อุ่นผิวชั้นบน → ลดแรงต้านทาน เตรียมรับพลังงาน
↓
Step 2 (X Mode): ยิงพลังงานลงชั้นลึก → กระตุ้นคอลลาเจนหดตัว
↓
Step 3 (G Mode): กระจายความร้อนให้คงค้าง → ล็อคผลลัพธ์
เจาะลึกเทคโนโลยี GXG Dual-Mode: หัวใจสำคัญของ Oligio X
ความเหนือชั้นของ Oligio X ที่ฉีกกฎเกณฑ์เครื่องยกกระชับรุ่นเก่า คือการเปลี่ยนระบบการจ่ายพลังงานจากแบบทางเดียว (Single Mode) มาเป็นระบบ Dual-Mode Integration หรือการผสมผสาน 2 รูปแบบพลังงานที่ทำงานสอดประสานกัน เพื่อจัดการปัญหาผิวในระดับความลึกที่แตกต่างได้อย่างสมบูรณ์แบ
ทำความรู้จัก 2 โหมดพลังงาน (Understanding the Modes) เครื่อง Oligio X ประกอบด้วยหัวใจหลักในการรักษา 2 ส่วน ได้แก่:
G Mode (Gliding Mode): เปรียบเสมือนโหมด "เตรียมความพร้อมและเก็บงานละเอียด" โดยแพทย์จะใช้เทคนิคการเคลื่อนหัวแบบเลื่อน (Sliding/Gliding) เพื่อกระจายพลังงานความร้อนในระดับ ผิวชั้นตื้น (Superficial Dermis) อย่างนุ่มนวล ช่วยอุ่นเนื้อเยื่อให้เตรียมพร้อมรับพลังงานสูงและลดความรู้สึกเจ็บ
X Mode (X-treme Mode): เปรียบเสมือนโหมด "จัดการปัญหาหลัก" โดยใช้เทคนิคการวางหัวแนบสนิทแล้วยิง (Stamping) เพื่อส่งพลังงานความเข้มข้นสูงลงลึกสู่ ชั้นหนังแท้ส่วนลึกและชั้นไขมัน (Deep Dermis & Subcutaneous Fat) มุ่งเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนให้หดตัวและสลายไขมันส่วนเกินอย่างตรงจุด
เทคนิค GXG Protocol: 3 ขั้นตอนสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การยกกระชับสูงสุด Oligio X จึงใช้โปรโตคอลการรักษาแบบ "G → X → G" ซึ่งเป็นการวางแผนจัดการพลังงานความร้อนอย่างเป็นระบบดังนี้ครับ:
Step 1: Pre-Heating (G Mode) – เริ่มต้นด้วยการอุ่นผิวชั้นบนให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างทั่วถึง เพื่อลดแรงต้านทานของผิว (Impedance) เตรียมเนื้อเยื่อให้พร้อมเปิดรับพลังงานลงสู่ชั้นลึกได้สะดวกขึ้น
Step 2: Deep Treatment (X Mode) – เมื่อผิวพร้อม แพทย์จะยิงพลังงานหลักลงสู่ชั้นลึก เพื่อสร้างความร้อนสูง (40-60°C) กระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนและการจัดเรียงตัวใหม่ของโครงสร้างผิว
Step 3: Post-Heating (G Mode) – ปิดท้ายด้วยการวนพลังงานผิวชั้นบนอีกครั้ง เพื่อกระจายความร้อนให้คงค้างอยู่ในชั้นผิว (Heat Maintenance) ช่วย "ล็อคผลลัพธ์" ให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานต่อเนื่องยาวนานยิ่งขึ้น
ระบบความปลอดภัย
ระบบทำความเย็น 11 Pulses
เครื่องรุ่นเก่าปล่อยความเย็นเพียง 4-5 ครั้ง/ช็อต แต่ Oligio X เพิ่มเป็น 11 ครั้ง/ช็อต (เพิ่มประสิทธิภาพ 2.25 เท่า)
กลไกทำงาน:
ปล่อยไอเย็นปกป้องผิวชั้นบนตั้งแต่ก่อนยิง ระหว่างยิง และหลังยิงแบบ Real-time
ประโยชน์:
ลดอุณหภูมิสะสมที่ผิวชั้นบน → ผู้รับบริการรู้สึกสบาย
แพทย์สามารถใช้พลังงานสูงขึ้นโดยไม่เสี่ยงผิวไหม้
ระบบตรวจวัดแบบเรียลไทม์
มีเซนเซอร์ที่หัวทิปตรวจวัด:
ค่าความต้านทานของผิว
อุณหภูมิผิว
แรงกด
คอนเซปต์ "เย็น ยก ยุบ นาน"
📍 เย็น - ระบบ Intelligent Cooling 11 Pulses ทำให้รู้สึกเย็นสบาย ไม่แสบร้อน
📍 ยก - เทคโนโลยี GXG ส่งพลังงานครอบคลุมหลายระดับชั้น กระตุ้นคอลลาเจนหดตัวและยกผิวขึ้น
📍 ยุบ - ความร้อนสะสมจัดระเบียบไขมันและเส้นใยพังผืดใต้ผิว ทำให้แก้มเรียว กรอบหน้าชัด
📍 นาน - กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ 8-12 เดือน (ผู้ที่ดูแลดีอาจถึง 1 ปี)
ตารางเปรียบเทียบ: Oligio X vs Oligio เดิม
คุณสมบัติ | Oligio เดิม | Oligio X |
เทคโนโลยี | Monopolar RF 6.78 MHz | Monopolar RF 6.78 MHz |
โหมดพลังงาน | Single Mode (ทางเดียว) | Dual Mode (G + X) |
เทคนิคพิเศษ | ไม่มี | GXG Protocol (G→X→G) |
ระบบความเย็น | 4-5 ครั้ง/ช็อต | 11 ครั้ง/ช็อต (เพิ่ม 2.25 เท่า) |
พลังงานสูงสุด | มาตรฐาน | 400 Watts (สูงกว่า) |
ความรู้สึกขณะทำ | อุ่น-ร้อนเล็กน้อย | เย็นสบาย เจ็บน้อยลง |
ผลลัพธ์คงอยู่ | 6-10 เดือน | 8-12 เดือน |
ประโยชน์และผลลัพธ์
การยกกระชับและปรับรูปหน้า
กรอบหน้าที่เบลอกลับมาคมชัดขึ้น
ลดกระเปาะแก้ม (Jowls) และไขมันใต้คาง (Double Chin)
ใบหน้าดูเพรียวและมีมิติ
การปรับปรุงคุณภาพผิว
รูขุมขนกระชับลง
ริ้วรอยเล็กๆ บริเวณหน้าผากและรอบดวงตาตื้นขึ้น
ผิวดูเรียบเนียนและละเอียดขึ้น
เวลาการเห็นผล
ระยะเวลา | ผลลัพธ์ | สาเหตุ |
ทันทีหลังทำ | กระชับ 20-30% | คอลลาเจนเดิมหดตัวจากความร้อน |
1-2 สัปดาห์ | เริ่มรู้สึกกระชับขึ้น | เซลล์ไฟโบรบลาสต์เริ่มตื่นตัว |
1-3 เดือน | ผลชัดเจนที่สุด | คอลลาเจนใหม่สร้างขึ้นสมบูรณ์ |
6-12 เดือน | ผลคงสภาพ | แนะนำทำซ้ำเพื่อรักษาผล |
Oligio X เหมาะกับใครบ้าง?กลุ่มเป้าหมายหลักกลุ่ม "Heavy Face" (ผิวหย่อน + มีไขมัน)
มีแก้มห้อย กระเปาะแก้ม หรือเหนียงชัดเจน
ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะ RF กระชับผิวและลดไขมันพร้อมกัน
กลุ่ม "Pre-juvenation" (อายุ 25-35 ปี)
เริ่มรู้สึกว่าหน้าไม่เป๊ะเหมือนเก่า
ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนสำรองไว้ ชะลอความเสื่อม
กลุ่ม "Needle Phobia & Busy Lifestyle"
กลัวเข็ม กลัวเจ็บ หรือไม่มีเวลาพักฟื้น
ทำแล้วกลับไปทำงานได้ทันที
ข้อห้ามและข้อควรระวัง (Contraindications) แม้จะมีความปลอดภัยสูง แต่เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ต้องงดเว้นหรือปรึกษาแพทย์ในกรณีดังต่อไปนี้:
❌ Absolute Contraindications (ห้ามทำเด็ดขาด): ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker), หญิงตั้งครรภ์, และผู้ที่มีการฝังโลหะในบริเวณใบหน้า (ยกเว้นรากฟันเทียมทำได้ แต่ต้องระวังอาการเสียวฟัน)
⚠️ Precautions (ควรระวัง/ปรึกษาแพทย์): ผู้ที่มีแผลสด ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ, ผู้ที่เพิ่งฉีด Filler หรือร้อยไหมมาในระยะเวลาต่ำกว่า 1-3 เดือน (ความร้อนอาจทำให้ Filler สลายไวขึ้นหรือรูปทรงเปลี่ยนได้)
. การดูแลหลังทำ
วันแรก (0-24 ชม.)
✅ ทำได้:
ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำเย็น
ทามอยส์เจอไรเซอร์อ่อนโยน
ทาครีมกันแดด SPF50+
แต่งหน้าได้หลัง 2-4 ชม.
❌ ห้ามทำ:
เข้าซาวน่า อบไอน้ำ
ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจัด
ออกกำลังกายหนัก
สัปดาห์แรก (1-7 วัน)
✅ แนะนำ:
ดื่มน้ำ 2-3 ลิตร/วัน
นอนหลับ 7-8 ชม./คืน
ทานอาหารโปรตีนสูง (เป็นวัตถุดิบสร้างคอลลาเจน)
❌ หลีกเลี่ยง:
ผลิตภัณฑ์ AHA, BHA, Retinol
หัตถการ Laser, Peeling, RF อื่นๆ
เดือนแรก (1-4 สัปดาห์)
✅ ดูแล:
เน้นความชุ่มชื้น (คอลลาเจนต้องใช้น้ำ)
อาจรู้สึกตึง/แน่นกระชับใต้ผิว (ปกติ)
ทำ Hydrafacial หรือเลเซอร์เบาๆ ได้หลัง 2 สัปดาห์
Tips ให้ผลอยู่นาน
ควบคุมน้ำหนัก - ไม่ลด/เพิ่มฮวบฮาบ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ - เพิ่มการไหลเวียนเลือด
งดสูบบุหรี่ - สูบบุหรี่ทำลายคอลลาเจน
ทำ Maintenance - ทำซ้ำทุก 8-12 เดือน


