top of page

พบ 234 ผลลัพธ์เมื่อไม่ระบุค่าการค้นหา

  • แจก 8 วิธีพัฒนาคลินิกเสริมความงามด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลที่เหนือคู่แข่ง

    ในปัจจุบันคลินิกไม่ใช่แค่สถานที่ให้บริการด้านสุขภาพและความงามเท่านั้น แต่เป็นธุรกิจที่ต้องปรับตัวอยู่ตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและการแข่งขันด้าน การตลาดคลินิก ที่สูงขึ้นด้วย การพัฒนาคลินิกจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นต้องพัฒนาอยู่เสมอ  ความสำคัญของการพัฒนาคลินิกในยุคปัจจุบัน การพัฒนาคลินิกในยุคปัจจุบันช่วยเพิ่มความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการได้ ทำให้มีความแตกต่างจากคู่แข่งอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้คลินิกของคุณ นอกจากนั้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ระบบจองออนไลน์ การจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือหารสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการได้ ดังนั้นวิธีพัฒนาคลินิกถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างคุณค่าและการดูแลสุขภาพของสังคมอีกด้วย  8 วิธีพัฒนาคลินิกเสริมความงามในยุคดิจิทัล 1. การวางแผนกลยุทธ์ วิธีพัฒนา คลินิกความงาม ควรเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวเพื่อวางแผนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจคลินิกของเอง วิธีนี้อาจจะใช้การวิเคราะห์คู่แข่ง การสังเกตพฤติกรรมของลูกค้า หรือเทรนด์ใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นได้ในขณะนั้น 2. การสร้างฐานลูกค้า ต้องการให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการหรือเพิ่มฐานลูกค้าควรมีบริการที่เป็นมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ตกแต่งบรรยากาศในคลินิกให้ดูดีและดูผ่อนคลาย ถือเป็นวิธีพัฒนาคลินิกวิธีหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าสบายใจ และควรรับฟังคำแนะนำเพื่อปรับปรุงอยู่เสมอ 3. การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาบุคลากรเป็นอีกเรื่องที่หลายธุรกิจมองข้าม แต่ความจริงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความประทับใจจากลูกค้าได้ เช่น สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ดี สร้างแรงจูงใจด้วยผลตอบแทนที่ดี อบรมและพัฒนาทักษะของแพทย์และพนักงาน  4. การนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อความสะดวกและมีการสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวก เช่น ใช้ระบบการนัดหมายออนไลน์ ใช้ระบบการจัดการคลินิก ใช้ Ai พัฒนาการให้บริการในด้านต่าง ๆ เป็นต้น  5. การประชาสัมพันธ์ การตลาดและการประชาสัมพันธ์ถือเป็นวิธีพัฒนาคลินิกที่ขาดไม่ได้เลยในยุคนี้ เพราะเป็นช่องทางสร้างการรับรู้และช่วยประกอบการตัดสินใจของลูกค้าได้ดี ควรเริ่มต้นจากการสร้างแบรนด์ ใช้ โซเชียลมิเดีย สื่อสารแบบออนไลน์ และการให้ความรู้ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขาย เป็นต้น 6. การบริหารด้านการเงิน หากธุรกิจไม่มีการบริหารจัดการด้านการเงินอาจทำให้ไม่สามารถควบคุมงบการเงินหรืออาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นได้ ดังนั้นควรบริหารงบประมาณและต้นทุนให้ดี จัด โปรโมชั่น ส่วนลดแบบพอประมาณไม่มากไม่น้อยเกินไป และเลือกแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับการขยายกิจการ  7. การบริหารความเสี่ยง ความเสี่ยงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกธุรกิจแต่เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดควรตั้งมือรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วย เช่น การจัดการปัญหาหรือข้อร้องเรียนจากลูกค้า การจัดการภาวะวิกฤติต่าง ๆ และการประกันความปลอดภัยในกระบวนการทางการแพทย์ เป็นต้น  8. การติดตามผลและปรับปรุง นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ววิธีพัฒนาคลินิกจำเป็นต้องมีการติดตามผลอยู่ตลอด เช่น วัดผลตาม KPI ที่ตั้งไว้ ปรับเปลี่ยนให้ทันต่อการเปลี่ยนเปลี่ยนของตลาดปัจจุบัน และปรับปรุงตามฟีดแบ็กของลูกค้า เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3 ทริคมัดใจลูกค้าให้อยู่หมัด  1 ตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าให้ได้  การมัดใจลูกค้าจะต้องตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าให้ได้ เช่น สอบถามความต้องการหรือปัญหาที่พบเจอจากนั้นให้คำแนะนำพร้อมทั้งเลือกบริการที่เหมาะสมเพื่อสร้างความพึงพอใจจากลูกค้าให้ได้ วิธีนี้เป็นการสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้เป็นลูกค้าประจำในอนาคต 2 ดูแลและให้คำแนะนำลูกค้าประจำให้ดี  เหนือกว่าการหาลูกค้าใหม่คือการรักษาลูกค้าเก่า เพราะลูกค้าเก่าช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ง่ายกว่า ดังนั้นควรดูแลเอาใจใส่และให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์กับลูกค้าให้ได้มากที่สุด การพัฒนาคลินิกวิธีนี้จะทำให้คุณไม่ต้องเสียเงินลงทุนการตลาดเกินความจำเป็น  3 ใส่ใจฟีดแบ็กของลูกค้าเพื่อปรับปรุงอยู่เสมอ วิธีพัฒนาคลินิกเพื่อมัดใจลูกค้า ควรใส่ใจฟีดแบ็กทั้งด้านบวกและด้านลบ เพื่อเป็นประสบการณ์ที่ดีต่อลูกค้า หากฟีดแบ็กดีควรรักษามาตรฐานนั้นเอาไว้ แต่ถ้าเป็นฟีดแบ็กด้านลบต้องรีบปรับปรุงตามคำแนะนำของลูกค้าให้ดีที่สุด วิธีนี้จะทำช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้าได้

  • Petsumer กลุ่มคนรักสัตว์ ที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้คลินิกสัตว์ได้ง่าย ๆ

    เนื่องจากพิษโควิด - 19 ส่งผลให้ธุรกิจหลายแห่งต้องปิดตัวไป แต่สวนทางกับธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่มีการเติบโตขึ้นจากหลายปัจจัยและมีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาดูกันว่ากลุ่ม Petsumer ช่วยเพิ่มยอดขายให้คลินิกสัตว์ได้อย่างไรบ้าง  กลุ่ม Petsumer คืออะไร  เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงดูด้วยความรัก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “ทาสหมา” หรือ “ทาสแมว” คนกลุ่มนี้มักจะทุ่มเททั้งเวลาและใช้เงินในการเลี้ยงดูสัตว์ของพวกเขาเป็นอย่างดีทั้งเรื่องอาหาร การดูแลสุขภาพ ประกันชีวิต วัคซีน หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยง เป็นต้น  3 ประเภทของกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์  1 เลี้ยงเพื่อเป็นลูก 49%  เป็นกลุ่มที่เลี้ยงสัตว์เหมือนลูกหรือคนในครอบครัว เนื่องจากคนโสดมีมากขึ้นทำให้อัตราการเกิดลดน้อยลง คนกลุ่มนี้จึงหันมาเลี้ยงสัตว์เพื่อคลายเหงา 2 เลี้ยงเพื่อสถานะทางสังคม 33% เป็นกลุ่มที่เลี้ยงสัตว์เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้แก่เจ้าของ เช่น สัตว์เลี้ยงหายาก สัตว์เลี้ยงราคาแพง เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าผู้เลี้ยงมีฐานะร่ำรวย  3 เลี้ยงเพื่อช่วยบำบัดรักษา 18%  เป็นกลุ่มที่เลี้ยงสัตว์เพื่อช่วยรักษาสภาพจิตใจ เช่น ช่วยลดอาการซึมเศร้า ลดความเครียด บรรเทาอาการเจ็บป่วยทางใจ และช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น   ทำไมตลาดกลุ่ม Petsumer ถึงเติบโตอย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการเกิดน้อยลง ทำให้คนนิยมเลี้ยงสัตว์แทนสมาชิกในครอบครัวมีเพิ่ม ขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปี จึงส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความต้องการสินค้าและบริการที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้นด้วย    กลุ่มคนรักสัตว์ช่วยเพิ่มยอดขายให้คลินิกได้ยังไง  เพิ่มยอดขายจากการใช้บริการเชิงป้องกันและการรักษาสุขภาพสัตว์อย่างต่อเนื่อง เช่น การฉีดวัคซีน การตรวจสุขภาพ หรือการใช้บริการด้านอื่น ๆ นอกจากนั้นยังซื้อผลิตภัณฑ์ที่สำคัญไว้ใช้อีกด้วย เช่น อาหาร ยาบำรุง ของเล่น เป็นต้น ทำให้ ธุรกิจคลินิกสัตว์เลี้ยง และธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงเติบโตเร็วขึ้น 5 กลยุทธิ์ช่วยเพิ่มยอดขายจากกลุ่ม Petsumer 1 แนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยง ให้คำแนะนำโดยเลือกอาหารที่เหมาะสำหรับสัตว์ที่มีปัญหาสุขภาพหรือเลือกของเล่นที่ช่วยเสริมทักษะการพัฒนาสมองสัตว์เลี้ยง จะช่วยให้เจ้าของสัตว์เห็นคุณค่าและความใส่ใจในการดูแล 2 ให้คำปรึกษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง ให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงสามารถช่วยสร้างความไว้วางใจและทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเห็นถึงความเป็นมืออาชีพและส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องได้  3 โปรแกรมสมาชิกและสะสมแต้ม สร้างระบบสมาชิกหรือโปรแกรมสะสมแต้มสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการบ่อย ๆ เช่น การให้ส่วนลดหรือของขวัญเมื่อสะสมแต้มครบตามจำนวนที่กำหนด จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว 4 ใช้ Social Media และ pet Influencers เป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์และดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ด้วยการโพสต์เนื้อหาที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อสัตว์เลี้ยง และใช้ pet Influencers รีวิวสินค้าหรือบริการเพื่อกระตุ้นยอดขายได้  5 จัดกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษ  การจัดกิจกรรมหรือโปรโมชั่นในวันสำคัญหรือเทศกาลต่าง ๆ เช่น กิจกรรมสัตว์เลี้ยง หรือโปรโมชั่นวันสัตว์เลี้ยงโลก จะช่วยดึงดูดความสนใจกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงและเพิ่มยอดขายได้ ME POWER Agency ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์คลินิกสัตว์ครบวงจร หากต้องการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์โดยการจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ME POWER Agency  เป็นเอเจนซี่ธุรกิจคลินิกสัตว์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจคุณได้ เพราะเรามีทีมคอนเทนต์ ทีมตัดต่อ และทีมการตลาดที่มีคุณภาพ ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายได้อย่างมั่นคง

  • 7 ประเภทของที่ปรึกษาธุรกิจคลินิกสัตว์มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง

    ธุรกิจคลินิกสัตว์เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการให้บริการ การรักษา และการประกอบธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะต้องใช้ความสามารถเฉพาะด้าน แล้วยังต้องคอยบริหารธุรกิจให้มีฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายอีกด้วย ดังนั้นการจ้างที่ปรึกษาธุรกิจจึงเป็นทางออกที่หลายคนเลือกใช้  ที่ปรึกษาธุรกิจ คืออะไร ที่ปรึกษาธุรกิจ หรือ Business Consultant คือ ผู้ให้คำแนะนำ จัดการ ดำเนินงาน และสนับสนุนด้านกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้เหมาะกับธุรกิจคลินิกสัตว์ เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งปกติแล้วที่ปรึกษาทางธุรกิจจะดำเนินงานร่วมกับกับผู้บริหารระดับสูงหรือผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ เพื่อหาทางออกที่ที่ดีและเหมาะสมที่สุด  ประเภทของที่ปรึกษาธุรกิจมีอะไรบ้าง  1 ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ (Strategy Consulting) ทำหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์ของภาพรวมของคลินิก แนวโน้มการตลาด รวมถึงคู่แข่ง เพื่อช่วยกำหนดทิศทางในการพัฒนากลยุทธ์ต่าง ๆ ให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง  2 ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการ (Management Consulting) ทำหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกิจคลินิกสัตว์ ระบบการจัดการ ระบบบริหารคน เพื่อจัดการให้มีมาตรฐานมากขึ้น และเน้นปรับปรุงประสิทธิภาพของธุรกิจให้คล่องตัวมากขึ้น  3 ที่ปรึกษาด้านการเงิน (Financial Advisory) ทำหน้าที่ในการจัดทำแผนด้านการเงิน วิเคราะห์ต้นทุน หาแหล่งเงินทุน บริหารเงินทุน ให้คำปรึกษาเรื่องการลงทุน การควบรวมหรือการซื้อกิจการ และการบริหารความเสี่ยงด้านการเงิน  4 ที่ปรึกษาด้านการตลาด (Marketing Consulting) ทำหน้าที่ในการวิเคราะห์คู่แข่ง พฤติกรรมลูกค้า วางแผน กลยุทธ์การตลาด  เพื่อพัฒนาการสื่อสาร การสร้างแบรนด์ และการขยายส่วนแบ่งการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายให้มีประสิทธิภาพ 5 ที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคล (HR Consulting) ทำหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร การว่าจ้าง สวัสดิการ แผนพัฒนาบุคลากร บริหารผลงาน และให้คำปรึกษาเพื่อสร้างวัฒนธรรมธุรกิจคลินิกสัตว์ให้เหมาะสม  6 ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี (IT Consulting) ทำหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ วางแผนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของธุรกิจคลินิก เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม ระบบความปลอดภัย และการวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างดี 7 ที่ปรึกษาด้านบริหารโครงการ (Project Management Consulting) ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและสนับสนุนการบริหารโครงการ การกำหนดเวลา การตั้งเป้าหมาย การติดตามผล และการประเมินผลงาน เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินุรกิจและเพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้น  เมื่อไหร่ที่ควรจ้างที่ปรึกษาธุรกิจ การจ้าง เอเจนซี่คลินิกสัตว์ ไม่จำเป็นต้องจ้างแค่ช่วงที่มีปัญหาเท่านั้น แต่สามารถจ้างได้ความต้องการ เพื่อแก้ปัญหา วางแผน และยกระดับให้ธุรกิจคลินิกเติบโตได้ไวขึ้น ซึ่งปัจจัยหลักในการจ้างเอเจนซี่หรือที่ปรึกษาทางธุรกิจมีดังนี้  ขาดประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน  ต้องการขยายธุรกิจหรือปรับโครงสร้างบริษัท ต้องการปรับปรุงและเพิ่มความสามารถให้พนักงาน  เมื่อธุรกิจกำลังประสบปัญหาบางอย่างที่ยากจะแก้ไข  ต้องการมุมมองหรือหาไอเดียแปลกใหม่และไม่ซ้ำเดิม  เมื่อขาดบุคลลากรหรือมีเวลาไม่เพียงพอต่อการวางแผนงาน การจ้างที่ปรึกษาควรพิจารณาถึงกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ คลินิกสัตว์ เป็นหลัก หากองค์กรขากความรู้ ขาดบุคลากรหรือทรัพยากร แต่กำลังเผชิญปัญหาและต้องการเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้เติบโตขึ้น การใช้ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นที่ปรึกษาภายนอกสามารถเพิ่มโอกาสในการเติบโตและช่วยลดความเสี่ยงให้กับธุรกิจของคุณได้ง่ายขึ้น เทคนิคการเลือกที่ปรึกษาธุรกิจสัตว์ก่อนเลือกใช้บริการ  ก่อนเลือกใช้บริการที่ปรึกษาธุรกิจคลินิกสัตว์อันดับแรกควรตรวจสอบประสบการณ์การทำงานก่อน เพื่อช่วยให้เห็นภาพรวมและความสามารถในการวางแผนกลยุทธ์ การแก้ไขปัญหาหรือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อธุรกิจอื่นๆ  และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือความสอดคล้องระหว่างการทำงานร่วมกัน เช่น การสื่อสารที่มีความชัดเจน การทำการข้อเสนออย่างตรงไปตรงมา การตั้งเป้าหมายอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนทั้งในแง่ของการสร้างยอดขาย และสามารถลดต้นทุนลงไปได้  ME POWER Agency ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์คลินิกสัตว์ครบวงจร ไม่ว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหาหรือต้องการทีมซัพพอร์ตธุรกิจอยู่ ทีม   ME POWER Agency ช่วยแก้ปัญหาให้คุณได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตลาดออนไลน์ ที่ปรึกษาธุรกิจ หรือการวางแผนกลยุทธ์ให้เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างไม่สะดุดและมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

  • เผยผลทดสอบครีมกันแดด ของอินฟลูเอนเซอร์ดัง ด้วยค่า SPF-PA

    สภาองค์กรของผู้บริโภคร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ เปิดผลทดสอบครีมกันแดด 20 รายการ ที่สุ่มซื้อจากช่องทางออนไลน์ที่อินฟลูเอนเซอร์เป็นเจ้าของ ซึ่งตัวอย่างที่สุ่มทดสอบมีดังนี้ ตัวอย่างทดสอบ  -BEMIND HYA BRIGHT BODY SUNSCREENบีมายด์ ไฮยา ไบรท์ บอดี้ ซันสกรีน -NANGNGAM SUNSCREEN Lifting & Whitening นางงาม ซันสกรีน เซรั่ม ลิฟติ้ง แอนด์ไวท์เทนนิ่ง -Cho Blur & Cover Foundation โช เบลอ แอนด์คัฟเวอร์ ฟาวเดชั่น -THA BY NONGCHAT Acne ฑาบายน้องฉัตรแอคเน่ ซันสกรีน -Elite CARE Reflected Snow Sunscreen อีลิทแคร์ รีเฟลค สโนว ซันสกรีน -INGU Super-Light Soothing Sunscreen อิงกุ ซูเปอร์-ไลท์ ซูธธิ่ง ซันสกรีน   -INGU Aqua Defense Hybrid Sunscreen อิงกุอควา ดีเฟนซ์ ไฮบริด ซันสกรีน -eve’s HYBRID PROTECTOR SUN GELอีฟส์ไฮบริด โพรเทคเตอร์ ซัน เจล -BESTLOVE DAILY UV PROTECTION เบสท์เลิฟ เดลี่ ยูวี โพรเทคชั่น -MOLECULOGY STARTER SUNSCREEN โมเลกุลโลจี้ สตาร์ทเตอร์ ซันสกรีน -SIBLING DAILY AQUA SHIELD ALL UV SUNSCREEN ซิบลิ้ง เดลี่ อควา ชิลด์ ออล ยูวี ซันสกรีน -BEMIND INORGANIC SUNSCREEN CERAMIDE SERUM บีมายด์ อินออร์แกนิก ซันสกรีน เซราไมด์ เซรั่ม -BEMIND BEBASE ORGANIC SUNSCREEN บีมายด์ บีเบส ออร์แกนิก ซันสกรีน -Cho PERFECT ALL IN 1 CC CREAM  โซ เพอร์เฟค ออล อิน วัน ซีซี ครีม - DR.MOM High Defence Sunscreen Natural ดอกเตอร์มัม ไฮ ดิเฟนซ์ ซันสกรีน เนเชอรัล -Cho SKIN ORGANIC HYBRID SUNSCREEN SERUM โช ออร์แกนิค ไฮบริด ซันสกรีน เซรั่ม -SEWA ULTRA HYBRID SUNSCREEN เซวาอัลตร้า ไฮบริด ซันสกรีน -ROSEGOLD MIKU SUNLESS MILKY  AQUA+ โรสโกลด์ มิกุ ซันเลส มิลกี้ อะควา พลัส -EVE’S SMOOTH SUNSCREEN อีฟส์ สมูธ ซันสกรีน -Smith TOTAL SUNSCREEN with Elix-IR & Liposhield HEV สมิทธิ์ โทเทิล ซันสกรีน ผลทดสอบ   การแสดงค่า SPF50 หรือ SPF50+ หมายความว่าต้องมีค่า SPF ตั้งแต่ 50ขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับของประสิทธิภาพในเกณฑ์สูงมาก PA คือ ค่าความสามารถในการป้องกันรังสียูวีเอ โดยการแสดงค่า PA ที่มีเครื่องหมายบวก 3-4 ตัว หมายถึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีเอที่สูงขึ้น โดย PA+++ คือ มีค่าUVAPF อยู่ระหว่าง 8-<16 เป็นการแสดงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีเอในระดับสูง และ PA++++ คือ มีค่า UVAPF อยู่ที่ตั้งแต่16 ขึ้นไป หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีเอในระดับสูงมาก หมายเหตุ  - SPF ( Sunburn  Protection  Factor ) เป็นค่าที่วัดประสิทธิภาพของครีมกันแดดในการป้องกัน  การไหม้แดงของผิวจากรังสียูวีบี (UVB)  - PA ( Protection grade of UVA ) เป็นค่าที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ที่เรียกว่า Persistent Pigment Darkening หรือ PPD และรายงานผลออกมาเป็นค่า PA ไล่ระดับตั้งแต่ PA+ ถึง PA++++  วิธีเลือกครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพ  1 ดูค่าการป้องกันรังสี UV   ควรดูค่า SPF 30 ขึ้นไป เพื่อป้องกันรังสี UVB และดูค่า PA+++ หรือ PA ++++  เพื่อป้องกันรังสี UVA อย่างมีประสิทธิภาพ 2 ดูประเภทของครีมกันแดด Chemical Sunscreen ซึมเร็ว ไม่ทิ้งคราบ Physical Sunscreen อ่อนโยนต่อผิว และ Hybrid Sunscreen รวมทั้งสองแบบในสูตรเดียว 3 ดูส่วนผสมที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงสารอันตราย เช่น Oxybenzone, Octinoxate ที่อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือทำลายผิว และควรเลือกสูตรที่ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม หรือพาราเบน หากมีผิวแพ้ง่าย 4 ความเหมาะสมกับสภาพผิว ผิวมันหรือเป็นสิวใช้สูตร Oil-Free, Non-Comedogenic ผิวแห้งใช้สูตรที่มีสารบำรุง เช่น Hyaluronic Acid, Glycerin และผิวแพ้ง่ายใช้สูตร Fragrance-Free, Alcohol-Free 5 การปกป้องจากสภาพแวดล้อม ควรเลือกครีมกันแดดที่ช่วยป้องกัน Blue Light หรือ PM 2.5 ซึ่งเหมาะกับคนที่ใช้หน้าจอบ่อย ๆ หรืออาศัยอยู่ในเมืองที่มีฝุ่นเยอะ ๆ  ที่มา เพจนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

  • 5 เรื่องน่ารู้สำหรับธุรกิจมือใหม่ด้านธุรกิจเสริมความงาม

    การเริ่มต้นธุรกิจคลินิกเสริมความงามเป็นโอกาสที่ดีในการเติบโต แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือหลายอย่าง โดยผู้ประกอบการมือใหม่จำเป็นต้องเข้าใจปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จ เพื่อช่วยวางรากฐานธุรกิจให้มีความมั่นคงในระยะยาว  ธุรกิจที่น่าสนใจ รายได้ดี มีอะไรบ้าง 1 ธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเป็นปัจจัยสี่ที่มนุษย์ขาดไม่ได้ ทำให้ธุรกิจนี้ได้รับความนิยมและอยู่ได้อย่างยาวนาน ธุรกิจที่น่าสนใจได้แก่ ร้านอาหารสุขภาพ คาเฟ่ Cloud Kitchen เบเกอรี่หรือขนมโฮมเมด บุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง ชาบู  รายได้โดยเฉลี่ย ร้านอาหารขนาดเล็ก : กำไรประมาณ 20-40% ของยอดขาย Cloud Kitchen : ต้นทุนต่ำ กำไรอาจสูงถึง 50% 2 ธุรกิจด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม ธุรกิจด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมกำลังมาแรงเนื่องจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น ธุรกิจที่น่าสนใจได้แก่ ธุรกิจรีไซเคิล ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกพลังงานสะอาด เกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์ปลอดสารเคมี  รายได้โดยเฉลี่ย ขายผลิตภัณฑ์รักษ์โลก : กำไร 30-70% ธุรกิจโซลาร์เซลล์ : รายได้ต่อโครงการหลักแสนถึงหลักล้านบาท 3 ธุรกิจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงแม้ว่าตลาดจะมีขึ้นมีลง แต่ก็ยังสามารถสร้างกำไรระยะยาวได้ ธุรกิจที่น่าสนใจได้แก่ ธุรกิจโกดังให้เช่า รีโนเวทบ้าน/คอนโดขายต่อ ลงทุนในที่ดิน เปิดที่พักแบบ Airbnb หรือโฮมสเตย์ รายได้โดยเฉลี่ย ค่าเช่าคอนโด : กำไรประมาณ 5-7% ต่อปี ธุรกิจปล่อยเช่าโกดังหรือสำนักงาน : รายได้หลักแสนถึงหลักล้านบาทต่อเดือน 4 ธุรกิจที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ ธุรกิจดออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะช่วยให้บริษัทหรือแบรนด์ต่าง ๆ ประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ธุรกิจที่น่าสนใจได้แก่ ธุรกิจรับทำโฆษณาออนไลน์ ให้คำปรึกษา รับทำ SEO รับทำ Influencer Marketing และวางแผน PR รายได้โดยเฉลี่ย ค่าบริการทำโฆษณา : เริ่มต้น 10,000 - 100,000 บาทต่อเดือน ค่าบริการ SEO : เริ่มต้น 5,000 - 50,000 บาทต่อโปรเจกต์ 5 ธุรกิจด้านสุขภาพและความงาม ธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพและรูปลักษณ์มากขึ้น ธุรกิจที่น่าสนใจได้แก่ ธุรกิจอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ออแกนิก คลินิกเสริมความงาม ร้านนวด สปา ฟิตเนส หรือเทรนเนอร์ออนไลน์ รายได้โดยเฉลี่ย ขายอาหารเสริม/สกินแคร์ : กำไรประมาณ 30-60% ของราคาสินค้า ธุรกิจสปา/คลินิกความงาม : รายได้หลักแสนถึงหลักล้านบาทต่อเดือนขึ้นอยู่กับลูกค้า เรื่องน่ารู้สำหรับธุรกิจมือใหม่ด้านคลินิก  1 การเลือกทำเลที่ตั้งของคลินิก ทำเลที่ดีควรอยู่ในพื้นที่ที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น ใกล้ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ย่านที่พักอาศัยระดับกลาง-สูง หรือโซนสำนักงานที่มีแหล่งชุมชนที่มีคนทำงานเยอะ นอกจากนั้นจะต้องมีที่จอดรถสะดวก และคำนึงถึงการเดินทางด้วย  2 การลงทุนและงบประมาณเบื้องต้น งบประมาณในการเปิดคลินิกเสริมความงามขึ้นอยู่กับขนาดและการบริการ โดยเฉลี่ยคลินิกขนาดเล็ก-กลางจะใช้ประมาณ 5 - 20 ล้านบาท และคลินิกขนาดใหญ่จะใช้ 20 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้จะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าเครื่องมือแพทย์ งบการตลาด และค่าตกแต่งภายใน เป็นต้น  3 กลยุทธ์การตลาดและการหาลูกค้า จะต้องโปรโมตคลินิกให้น่าดึงดูดด้วยการสร้างเพจและลงคอนเทนต์ให้ความรู้หรือรีวิวจากลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ต่อด้วยการยิงแอดโฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ นอกจากนี้ควรมีการใช้ Influencer หรือ Blogger รีวิวเพื่อเสนอโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ 4 การบริหารจัดการและการดูแลลูกค้า ต้องการให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำต้องมีบริการหลังการขายที่ดี มีระบบจองออนไลน์ ให้คำปรึกษาอย่างจริงใจ บรรยากาศภายในคลินิกสะอาด หรูหรา นอกจากนั้นควรใช้ระบบ  CRM เก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และทำการตลาดในอนาคต นอกจากนี้ควรจัดอบรมพนักงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน  5 กฎหมายและใบอนุญาตที่จำเป็น การเปิดคลินิกเสริมความงามต้องมีใบอนุญาตและการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ใบอนุญาตสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ การขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ และใบอนุญาตโฆษณาทางการแพทย์  สิ่งที่ไม่ควรทำสำหรับธุรกิจเสริมความงาม แม้ว่าการประกอบธุรกิจเสริมความงามจะเติบโตหรือสามารถสร้างกำไรได้มากแค่ไหน แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายอาจทำให้เป็นเหตุต้องปิดคลินิกถาวรได้  1 ไม่มีใบอนุญาตหรือมาตรฐานรับรอง 2 โฆษณาเกินจริงหรือหลอกลวงผู้บริโภค 3 ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่มีคุณภาพหรือผิดกฎหมาย 4 ละเลยกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับธุรกิจความงาม

  • แนะนำ 3 แพลตฟอร์มวีดีโอสั้นที่นิยมมากสุดตอนนี้ Tiktok Reels และ Shorts ช่วยสร้างกำไรได้

    เมื่อโซเชียลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทำให้คลิป วีดีโอสั้น ได้รับความนิยมตามไปด้วย ผู้ประกอบการธุรกิจคลินิกเสริมความงามจึงหันมาผลิตคอนเทนต์ผ่านช่องทางนี้เพิ่มขึ้น แต่ยังขาดความเข้าใจเรื่องแพลตฟอร์มที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม 5 เหตุผล ทำไมวีดีโอสั้นถึงได้รับความนิยม  1 คลิปดึงดูดความสนใจ ผู้ใช้งานมีสมาธิสั้นขึ้น ดูวีดีโอได้ไม่เกิน 60 วินาที ทำให้เข้าถึงเนื้อหารวดเร็วและต่อเนื่อง  2 เลื่อนดูคลิปได้สะดวก การเลื่อนเพื่อดูวีดีโอถัดไปได้รวดเร็วทำให้ผู้ใช้ได้รับความพึงพอใจต่อเนื่อง โดยไม่ต้องรอนาน 3 สร้างเนื้อหาง่าย สร้างวีดีโอสั้นได้ง่ายด้วยเครื่องมือที่มีอยู่ในแอปพลิเคชัน สร้างสรรค์และแบ่งปันเนื้อหาได้มากขึ้น 4 คลิปเป็นไวรัลได้ง่าย วีดีโอสั้นมีโอกาสที่จะกลายเป็นไวรัลได้ง่าย เนื่องจากสามารถแชร์และแพร่กระจายได้รวดเร็ว  5 มีความเป็นส่วนตัวสูง ผู้ใช้สามารถเลือกสร้างเนื้อหาและแชร์วีดีโอได้ตามต้องการ และมีการเชื่อมต่อกับบุคคลที่สนใจด้านเดียวกันได้ ทำความรู้จักคลิปสั้น Tiktok Reels และ Shorts Tiktok เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก ใช้งานสะดวกและสามารถสร้างเนื้อหาที่สนุกและสร้างสรรค์ได้ง่าย และมีช่วยปรับอัลกอรึธึมเนื้อหาให้ตรงกับความสนใจแต่ละบุคคล Reels เปิดตัวครั้งแรกในปี 2020-2021 บน แพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram คล้ายกับ Tiktok สามารถสร้างวิดีโอและรับชมได้ในแพลตฟอร์มเดียวกันได้ แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องเนื้อหาและฟีเจอร์ที่แตกต่างออกไป Shorts เปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 บนแพลตฟอร์ม Youtube มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก เข้าถึงได้ง่าย มีฟีเจอร์คล้ายกันกับแพลตฟอร์มอื่น แต่มีประสิทธิภาพมากกว่าในเรื่องของการตัดต่อที่ใช้ได้ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ ความยาวคลิปและช่วงเวลาเผยแพร่ที่เหมาะสม Tiktok : 15-180 วินาที (ปัจจุบันรองรับวิดีโอยาวสูงสุด 10 นาที)วันเวลาที่ควรโพสต์ : วันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 15:00-21:00 น. Reels :  15-90 วินาที (ปัจจุบันรองรับวิดีโอความยาวสูงสุด 90 วินาที)วันเวลาที่ควรโพสต์ : วันเสาร์ เวลา 18:00 – 21:00 น. เวลา 12:00 – 15:00 น. เวลา 15:00 – 18:00 น.  Shorts :  15-60 วินาที (ปัจจุบันรองรับวิดีโอความยาวสูงสุด 60 วินาที)วันเวลาที่ควรโพสต์ : วันศุกร์และวันเสาร์ เวลา 15:00 – 18:00 น. เวลา 18:00 – 21:00 น. เวลา 12:00 – 15:00 น. ช่วงอายุผู้ใช้งาน ของแต่ละแพลตฟอร์ม  Tiktok : อายุผู้ใช้งาน iktok มากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 13-24 ปี  Reels : อายุผู้ใช้งาน Instagram มากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 18-35 ปี Shorts :  อายุผู้ใช้งาน Youtube มากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 15-35 ปี คอนเทนต์ที่ดีมีอะไรบ้าง Tiktok : ความรู้, ความบันเทิง, รีวิว, ไลฟ์สไตล์, เทรนใหม่ Reels : ความบันเทิง, แฟชั่น, ไลฟ์สไตล์   Shorts :  แฟชั่น, ความรู้ DIY, ความบันเทิง, วีดีโอสั้นที่ตัดจากสิ่งที่น่าสนใจในวีดีโอยาว Reels VS  Story ต่างกันยังไง  ME POWER Agency ที่ปรึกษาด้านการตลาด หากคุณต้องการที่ปรึกษาเรื่องการตลาด พวกเรา เอเจนซี่ธุรกิจคลินิกเสริมความงาม ช่วยคุณดูแลทุกแพลตฟอร์มได้อย่างเชี่ยวชาญด้วยทีมงานที่มีคุณภาพ รับรองว่าธุรกิจของคุณจะเติมโตขึ้นอย่างมั่นคงแน่นอนครับ

Logo  Line
bottom of page